“บิ๊กตู่” ไม่พอใจผลประเมินข้อมูลข่าวสารรัฐได้ร้อยละ 73.63 ใน 18 ปี ชี้ยังต่ำกว่าเกณฑ์ สั่งทำข้อมูลให้ชัดเจน ลั่นไม่เคยสั่งงานไร้เหตุผล แต่ใช้ช่องทางทุกฝ่ายร่วมทำงาน แนะต้องทำข้อมูลให้เป็นสากลแข่งต่างประเทศได้ ประชดทีรธน.อยากได้เป็นสากล แต่คนไทยรายได้น้อยยังโดนเอาเปรียบ ระบุจะทำให้ทุกคนได้ประโยชน์อย่างเท่าเทียม
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 17 มีนาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารกับการสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานภาครัฐ”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ 4 ภูมิภาค จำนวนทั้งหมด 4,565 หน่วยงาน มีความพร้อมในการดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐาน เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 73.63 ใน 18 ปี ซึ่งตัวเลขยังต่ำ มันน้อยเกินไป ขอให้ทุกคนไปหาทาง ไปทำให้ชัดเจนขึ้นหรือดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 วัน ส่วนขั้นตอนการดำเนินการขอให้ทุกคนไปศึกษาเอาเอง ที่ว่าทำอย่างไรเราจะให้บริการประชาชน แนวทางที่ง่ายที่ตนเคยบอกแล้วคือศูนย์รับฟังความคิดเห็น หรือศูนย์ประชาสัมพันธ์เราต้องทำให้มีประสิทธิภาพ อย่าเอาคนที่ขี้โมโหไปนั่งตรงนั้น ใครที่ไม่มีความสุข ทะเลาะกับเมียบ่อยๆ ก็อย่าให้ไปนั่งตรงนั้น พอไปถึงก็ไปนั่งหน้างอ เพราะออกจากบ้านมาก็ทะเลาะกับเมียทุกวัน พอทะเลาะกับเมียไม่ได้ก็มาทะเลาะกับประชาชน โมโหเมียไม่ได้ประชาชนก็รับไปสิ ตนขอย้ำว่าการบริหารงาน การทำข้อมูลให้ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะจะทำให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ ทำให้มีผลสัมฤทธิ์ที่ดี เพราะวันนี้ปัญหาของเราคือประชาชนไม่เข้าใจในโครงสร้างของหน่วยงาน พอเปิดออกไปโครงสร้างก็ใหญ่โต ต้องลดโน้นลดนี่ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย วันนี้มาพูดว่าต้องลด ปฏิรูปรูป รื้อโครงสร้าง รื้อตำรวจ ถามหน่อยแล้วใครจะทำงาน ทุกอย่างต้องมีการลดแบบเป็นระยะๆ ไม่ใช่รื้อทั้งหมด เพราะคนที่ถูกรื้อก็นั่งเฉยๆ ไม่ทำงาน ก็ต้องปลดให้หมดคนที่นั่งเฉยๆ ไม่ทำงาน แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นประเทศนี้ วันนี้เราต้องแก้ไขในเรื่องประสิทธิภาพก่อน รวมถึงการบูรณาการงานและปฏิบัติงานตามความรับผิดชอบให้ได้ ส่วนงานอะไรที่ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรงก็ค่อยๆ ปรับแก้ไปว่าจะให้ใครทำ แล้วไปช่วยกันหารือให้ดำเนินการได้
“วันนี้ผมยังต้องฟัง ผมไม่ใช่จะไปชี้นู่นนี่ได้หมด เพราะหากสั่งหรือชี้เลย มันจบไปนานแล้ว ผมเองไม่อยากจะไปรื้ออะไรขนาดนั้นเลยตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จนมาถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ขึ้นมา นี่คือความจริงใจของผม เพราะทุกคนมีส่วนร่วม ทุกคนจะเห็นว่ามีทุกกลุ่มทุกฝ่ายอยู่ใน 2 สภานี้ จะสีไหนผมไม่รู้ จนวันนี้ก็เถียงกันอยู่นั่น ทำให้ผมคิดว่าคิดผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่จะให้หาคนที่ข้างเดียวกันก็จะหาว่าผมไม่เป็นธรรมหรือสืบทอดอำนาจ แล้วใช้อำนาจ แล้วทุกคนจะให้ผมทำอย่างไร แล้วที่ผ่านมามันทำได้หรือไม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไปคิดเอาเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จาก 3 มิติที่ว่า เปิดเผย ตรวจสอบได้ มีการประเมินผลตามขั้นตอนพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารปี 2540 ก็เป็นที่น่ายินดีว่าการจัดลำดับข้อมูลข่าวสารของไทยอยู่ลำดับที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก ไทยเราก็อยู่เกือบครึ่ง โธ่น่าภูมิใจแย่เลย ทั้งหมดต้องขึ้นให้หมด ทั้งการศึกษาและด้านต่างๆ เพราะวันนี้ตนรับไม่ได้ แต่ตนลองเอาแบบประเมินของแต่ละหน่วยงานมาดู โอ้โห เขียนกันเหมือนได้ที่ 1 แต่พอมาจัดลำดับโลกทำไมถึงได้ที่ตรงนั้นก็ไม่รู้ แต่จากที่ตนเอาข้อมูลที่เขาประเมินเป็นภาษาอังกฤษมาดู เขาก็บอกเราหมดว่าตรงไหนดี ตรงไหนไม่ได้ หากแก้ตามจุดนั้นตนว่ามันก็ดีขึ้นเร็ว แต่พอตนถามก็บอกกับตนว่าตรงนั้นเขาสู้เราไม่ได้หรอกครับ เพราะของเราดีกว่าเยอะ ตนจึงสงสัยว่าสรุปแล้วเขาประเมินเราหรือเราประเมินเขา คิดแบบนี้มันถึงเป็นแบบนี้อยู่ไง ทุกเรื่องทั้งเรื่องการศึกษาหรืออะไรก็ตาม ตนไม่ได้ดูถูกว่าเราทำไม่ดี เพียงแต่การบริหารราชการยังมีปัญหาอยู่ เพราะความคิดมันไปด้วยกันไม่ได้
“การศึกษาไทยต้องมีทั้งสากลและความเป็นไทยด้วย เพราะหากจะทำให้ไทยดีขึ้นก็ต้องทำให้เป็นสากลด้วย เหมือนรัฐธรรมนูญ เห็นไหมพูดไปพูดมาก็กลับมาการเมืองอีกแล้ว ตนขอถามหน่อยทุกคนอยากให้เป็นสากล แต่คนไทยวันนี้สากลหรือยัง ตนขอบอกไว้เลยว่าตนไม่ได้ดูถูกคนไทย เพราะคนไทยทั้งฉลาดทั้งเก่ง แต่ขอให้เอาความฉลาดไปใช้ด้านดีซักหน่อย ถ้าฉลาดเหมือนคนนำก็ฉลาดหมด แต่สำหรับคนมีรายได้น้อยก็ถูกกดดันก็ฉลาดไม่ได้ วันนี้ตนจะทำให้คนที่ฉลาดอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ถูกบิดเบือนอะไรง่ายๆ เพราะตนไม่ชอบต้องเห็นอะไรที่ถูกแบ่งเศษผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆ เพราะทุกคนต้องอยู่ได้อย่างเท่าเทียม ตามขีดความสามารถและศักยภาพของเขาตามเขตภูมิภาคและพื้นที่ที่เขาอยู่ ตนต้องการให้เกิดสิ่งเหล่านี้ในระดับภูมิภาค โครงสร้างเศรษฐกิจ การเกษตร การตลาดและการแปรรูป แล้วถึงจะไปเชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นได้ ทั้งเส้นทางคมนาคม เราต้องดูว่ารถไฟควรจะมีที่ไหน ตนก็คงร่างไว้แบบนี้ก็ไปให้คนหน้าเขาทำ” นายกฯ กล่าว

