รัฐบาล คสช.ประกาศเจตนารมณ์แน่วแน่ปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ
ที่เป็นรูปเป็นร่างแล้วก็มี ที่กำลังจะทำก็อีกไม่น้อย
รวมถึงการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ในมือชุดเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน
หากไม่นับรวม คำถามใหญ่ๆ ที่มีต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายแม่บทการปกครองประเทศสูงสุด ที่สะท้อนแนวคิดผู้ก่อการรัฐประหารชัดเจน จะนำพาประเทศก้าวหน้า ถอยหลัง โน้มเอียงไปในทิศทางใด เมื่อมาตรฐานประชาธิปไตยฉบับพิเศษ ไม่อยู่ในมาตรฐานของสากลอย่างที่พึงจะเป็น
แผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เป็นอีกหัวข้อที่เป็นภาคต่อ-ได้รับการจับตามอง
ทั้งนี้เนื่องจากบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันก็มี พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ 2560 กำหนดให้คณะกรรมการปฏิรูปด้านการเมือง มีหน้าที่จัดทำแผนการปฏิรูปด้านนี้
ตามกระบวนการ กรรมวิธี จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตีกรอบ บังคับให้ต้องดำเนินการเพื่อมิให้การยึดอำนาจเสียของ กำหนดเอาไว้ 5 ด้าน
การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมเพื่อการปฏิรูปประเทศ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน กลไกการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ
ทั้ง 5 หัวข้อนี้ ที่จริง โดยตัวระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่ออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับถูกยกเลิกใช้ มีกลไกแก้ปัญหาในตัวอยู่แล้ว แต่ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
หากลองย้อนทบทวนเหตุการณ์ก่อนรัฐประหาร ก็จะเห็นถึงขบวนการรับลูก ส่งลูก ที่ทำให้ไม่สามารถใช้กระบวนการเลือกตั้ง เป็นทางออกแก้ไข ความขัดแย้ง ตัดสินปัญหาโดยสันติวิธีได้
แต่ก็เอาละ ถึงอดีตที่ผ่านไปไม่น่าจดจำ แต่ก็ได้ให้บทเรียนอันใหญ่หลวงกับสังคมไทย ว่าด้วยเรื่องระบบการปกครอง
เหตุใดประชาธิปไตยได้ชื่อว่า เลวน้อยที่สุด
คณะกรรมการปฏิรูปด้านการเมือง อันมีเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน ร่างแผน-พิมพ์เขียวปฏิรูปด้านการเมืองเสร็จระดับหนึ่ง
สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เชิญนักการเมือง ชั่วโมงบินสูง เข้าให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปใช้ประกอบเขียนแผนปฏิรูป
ทั้งหัวหน้าพรรคการเมืองที่เคยพ่ายแพ้เลือกตั้งหมดรูป ให้กับพรรคเพื่อไทย (ไม่ว่าชื่อใด) และมีสมาชิกพรรคระดับขาใหญ่นำขบวนประท้วงขับไล่รัฐบาล ชูธงปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ทั้งมีผู้นำพรรคที่เคยร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย แต่เปลี่ยนใจ เทเสียงโหวตเลือก หัวหน้าพรรคคู่แข่งขึ้นนั่งเก้าอี้นายกฯ
มีแกนนำพรรคที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวทางการเมือง เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งกับประชาธิปัตย์และเพื่อไทยร่วมให้ข้อมูล
โดยกรอบใหญ่ๆ แต่ละพรรคยืนยันเห็นด้วยกับหัวข้อที่ตั้งไว้ ว่าจำเป็นต้องปฏิรูป ที่ทักท้วงติติงคือ 5 ประเด็นอาจไม่พอ หรือเรื่องการจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน
พรรคการเมืองขานรับ ร่วมกันแสดงความคิดเห็น-ช่วยเสนอแนะต่อ 5 ประเด็นปฏิรูป เพราะเป็นเรื่องสร้างสรรค์ ยกระดับการเมือง
ข้อเสนอแนะหลายท่าน เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และยืนอยู่บนพื้นฐาน หลักการที่ถูกต้อง อย่างเรื่อง พรรคการเมืองต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมของประชาชน
เนื่องจากเป็นหนึ่งในต้นตอ วิกฤตความขัดแย้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ในความหมาย อาจเป็นการเรียกร้องที่ยิ่งกว่า ครอบคลุมไปถึงผู้กุมอำนาจ ต้องยอมรับผลการเลือกตั้งด้วย อ้างเหตุอื่นไม่ได้ เนื่องจากคุมทุกอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทั้งการเขียนรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก และอะไรต่อมิอะไร
ถ้าไม่ยอมรับก็จะกลับสู่วงจรอุบาทว์
ที่จริงเรื่องประชาธิปไตยว่าด้วยเลือกตั้ง การยอมรับเสียงสวรรค์เป็นพื้นฐาน หลักต่ำสุด
ไม่ต้องไปคิดหาวิธีปฏิรูป-โลกสวยให้วุ่น
ง่ายๆ แค่ยอมรับการใช้การเลือกตั้งแก้ปัญหาและ ยอมรับผลเลือกตั้ง ก็ช่วยให้บ้านเมืองเข้ารูปเข้ารอย โดยไม่ต้องทุบทิ้งทำลาย
แต่อย่าว่าแต่ยอมรับผลเลือกตั้งเลย ทุกวันนี้ยอมรับนักการเมืองหรือไม่
อ่าน 5 ประเด็นปฏิรูปแล้ว อย่าลืมอ่านคำถาม 6 ข้อ
มีคำตอบสืบทอดและประชาธิปไตยรูปแบบพิเศษแฝงอยู่ในนั้น

