เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ไม่ขอวิจารณ์ตัวบุคคล ว่าเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ เพราะอาจไม่เป็นธรรมกับคนที่ยังไม่ทำงาน แต่เนื่องจากนโยบายและองคาพยพในรัฐบาลยังคงเดิม การจะคาดหวังว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือคงยาก นอกจากนั้นรัฐบาลต้องทำงานแข่งกับเวลาที่เหลืออยู่ประมาณ 1 ปีก่อนจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งคงไม่สามารถทำทุกอย่างได้ แต่อย่างน้อยควรแก้ปัญหาเร่งด่วนต่อไปนี้ให้สำเร็จ เช่น
1. ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่กระทบคนวงกว้าง
2. ปัญหาพืชผลการเกษตรตกตำ่ เช่น ข้าว ปาล์ม ยาง
3. การสร้างความปรองดองสมานฉันท์
4.ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน การเปิดพื้นที่เสรีภาพ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง
5.การบังคับใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค
6. ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและตัดไม้ทำลายป่า
7. ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนนตายติดลำดับโลกสูญเสียนับแสนล้านต่อปี
8.ปัญหาคุณภาพการศึกษาที่ยังรั้งท้ายเพื่อนบ้าน และเด็กส่วนใหญ่ยังสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้
“รัฐบาลนี้มีปัจจัยเอื้อกว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจตามมาตรา 44 ที่โยกย้ายข้าราชการจัดคนหรือตั้งหน่วยงานตามที่ต้องการ ไม่มีฝ่ายค้านหรือพรรคการเมืองขัดขวางทั้งในและนอกสภา ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีเสถียรภาพทางการเมือง ไม่มีม็อบการเมือง ดังนั้นในการประเมินว่ารัฐบาลทำงานสำเร็จหรือไม่ ต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ด้วย”

