ไม่ว่าจะเป็นโฆษกระดับ “นายพันเอก” จากคสช. ไม่ว่าจะเป็นโฆษกระดับ “นายพลตรี” จากทำเนียบรัฐบาล
ล้วนเคยออกมาสบประมาท “กองกำลังที่ 3”
เป็น “กองกำลังที่ 3” อันปรากฏผ่านข้อสังเกตและบทสรุปของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
เมื่อสัมผัส “ปฏิกิริยา” ของ “ประชาธิปัตย์” อาจต้องตกใจ
เป็นปฏิกิริยาที่ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ มองเห็นว่าหาก”ร่าง”รัฐธรรมนูญเดินตามข้อเสนอของ “คสช.”
ก็ต้องเป็น รัฐธรรมนูญ”กลายพันธุ์”
ข้อน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือ เมื่อเป็นรัฐธรรมนูญฉบับกลายพันธุ์ก็ “เหมือนเชื้อโรคที่กำลังกลายพันธุ์กว่าจะคิดรักษาได้คงต้องสังเวยชีวิตมนุษย์ไปอีกหลายคน”
ภาพของ “พฤษภาทมิฬ” เมื่อปีพ.ศ.2535 เริ่ม “ปรากฏ”
ยิ่งหากสอบทานจากปฏิกิริยาอันมาจาก นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ยิ่งบังเกิดความรู้สึกครั่นคร้าม
นั่นก็คือ
“การรัฐประหารหลายครั้งในอดีตคณะนายทหารที่ร่วมทำรัฐประหารยึดอำนาจฝ่ายบริหาร ล้มอำนาจนิติบัญญัติ นั่งเป็นส.ว.อยู่ในวุฒิสภา แต่พอคิดยึดอำนาจก็ลากรถถังออกมา ไม่มีหลักประกันอะไรว่า ส.ว.สรรหาแล้วจะช่วยป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารได้”
ยิ่งสัมผัสปฏิกิริยา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ยิ่งระทึก
อย่าลืมเป็นอันขาดว่ารากฐานทางการเมืองของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นอย่างไร ยึดโยงอยู่กับใคร
แทบไม่ต่างไปจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
แทบไม่ต่างไปจาก นายมีชัย ฤชุพันธุ์
เมื่อพ้นจากตำแหน่ง “เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ”ก็มานั่งในตำแหน่ง”เลขาธิการนายกรัฐมนตรี”
เป็นนายกรัฐมนตรีชื่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
เป็นนายกรัฐมนตรีที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีที่มี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นเลขาธิการ และเป็นนายกรัฐมนตรีที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น ผบ.ทบ.และรักษาการผบ.ทหารสูงสุด
แนบแน่นและต่อเนื่องมายาวนาน
แนบแน่นและต่อเนื่องกับกระบวนการต่อสู้ในทางการเมืองตั้งแต่ยุคเดือนพฤษภาคม 2535 กระทั่ง เดือนกันยายน 2549 กระทั่งเดือนพฤษภาคม 2557
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ มีท่าทีอย่างไรต่อข้อเสนอจาก”คสช.”
ส.ว.แต่งตั้งเป็นคนที่จะถูกแต่งตั้งจากผู้ถืออำนาจอยู่ในขณะนี้ซึ่งจะแต่งตั้งใครก็ได้ซึ่งเป็นคนของตน และควบคุมการทำงานให้เป็นไปในทิศทางของผู้แต่งตั้งได้ตลอดเวลา
ถ้าเป็นอย่างนี้จะไปห้ามคนอื่นไม่ให้คิดว่าเป็น “การสืบทอดอำนาจโดยระบบตัวแทน” นั้น
คงห้ามไม่ได้ เพราะไม่ว่าใครก็ต้องคิดอย่างนี้
อาจไม่มี “ปฏิกิริยา” และความไม่พอใจแสดงออกมาอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาจาก นายมีชัย ฤชุพันธุ์
ต้องรอบทสรุปในวันที่ 21 มีนาคมว่าจะทำได้หรือไม่
ต้องรอ”ร่าง”สุดท้ายที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” จะประกาศและเปิดเผยต่อสาธารณะในวันที่ 29 มีนาคม
แต่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ แสดงออกแล้ว
ยิ่งกว่านั้น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็แสดงออกแล้วและแทบไม่แตกต่างไปจาก น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ
ทุกอย่างดำเนินไปภายใต้ยุทธวิธี “แยกกันเดิน”
เป็นการแยกกันเดินระหว่าง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นการแยกกันเดินระหว่าง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
แต่”เป้าหมาย”อยู่ในจุดเดียวกัน คือ “รัฐธรรมนูญ”

