‘สมชัย’ซัดกรธ.รวบรัดขอความเห็นกม.ส.ส.-ส.ว. เย้ยเอาเวลาไปเชียร์มิสยูนิเวิร์สดีกว่า

27.11.17 | 15:11 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กดต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต. กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นหนังสือของสำนักงานกฤษฎีกาที่ขอความเห็น กกต.กรณีร่างแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับ และเท่าที่ดูวาระการประชุมกกต.ก็ไม่เห็นมีอยู่ในวาระพิจารณา แต่ไม่ทราบว่าจะมีการนำเข้าสู่การพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วนหรือไม่ ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ววรคสอง กำหนดให้ก่อนการตรากฎหมาย รัฐจะต้องรับฟังความคิดเห็น และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้าน รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ต่อประชาชน ถ้ามองจากบทบัญญัตินี้ก็ห่วงว่าการเขียนกฎหมายของรัฐบาลที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น มีการเร่งรัดดำเนินการจากครม. เพื่อเข้าสู่ที่ประชุมสนช.โดยเร็วนั้น มีความจริงจังและรอบคอบมากเพียงใด แม้ว่ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย จะอ้างว่ามีการเผยแพร่ และสอบถามความคิดของประชาชนผ่านทางเว็บไซต์ของกรมแล้ว เมื่อไปตรวจสอบก็พบว่ามีการสอบถามความเห็นประชาชน ประกอบกับมีการโชว์ร่างกฎหมายเพียง 1 ฉบับ จากทั้งหมด 6 ฉบับ คือร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกและผู้บริหารเมืองพัทยา
“จึงอยากฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องให้ยึดรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้การออกกฎหมายดังกล่าวไม่เป็นอย่างรอบคอบได้” นายสมชัย กล่าวและว่า การที่รัฐบาลสอบถามความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายท้องถิ่น ไม่น่าจะเป็นสัญญาณว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้งระดับชาติ


นายสมชัย กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ได้ส่งร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มายังสำนักงานกกต.และสำนักงานได้สำเนาให้ กรรมการกกต.ทั้ง 5 คนทราบ ลงเวลา 16.30 น. ในหนังสือระบุให้ส่งความเห็นกลับไปยังกรธ. ภายใน 12.00 น. ของวันนี้(27 พฤศจิกายน) การดำเนินการลักษณะนี้ทำให้รู้สึกว่า เหมือนเป็นเพียงทำให้ครบขั้นตอนของการทำกฎหมายเท่านั้น ทั้งที่กรอบเวลาของการร่างกฎหมายจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 8 เดือน หากกรธ.จริงใจที่จะรับฟังความคิดเห็น ควรยกร่างให้แสดงเสร็จประมาณ 6 เดือน จากนั้นจึงเปิดให้การรับฟังความเห็น ไม่ใช่ใช้เวลาเต็มที่ 8 เดือนแล้วอ้างว่า มีการรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว เพราะก็ไม่ได้ฟังจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่ปฎิบัติจริง ทำให้รู้สึกว่าคนที่มีหน้าที่ร่างกฎหมาย ไม่ได้อยากรับฟังความคิดเห็น เพราะมองว่าความเห็นที่แตกต่างนั้นเป็นการโต้แย้ง ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกคนก็ปรารถนากับบ้านเมือง การรับฟังจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ทำเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อให้บอกว่าทำแล้วตามขั้นตอน

“ดังนั้นถ้าถามความเห็นก็จะบอกว่า ผมไม่มีความเห็นอะไร เพราะส่งมาวันศุกร์ 4 โมงเย็นจะมาให้ตอบภายในเที่ยงวันนี้ ผมเอาเวลาไปเชียร์มิสยูนิเวริ์สน่าจะเป็นประโยชน์กว่า” นายสมชัย กล่าวและว่า ส่วนตัวที่เคยมีความเห็นต่อร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ไว้ก่อนหน้านี้ 7 ประเด็น จะนำไปยื่นกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.เป็นการส่วนตัวในช่วงต้นเดือนธันวาคม คงขึ้นอยู่กับสมาชิกสนช.ว่าจะมีความเห็นอย่างไรกับสิ่งที่ผมได้เสนอไป แต่ไม่ว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.จะมีเนื้อหาออกมาอย่างไร เขตเดียวหลายเบอร์ หรือ บัตรเลือกตั้งใบเดียว กกต.พร้อมเป็นปฎิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

ส่วนความคืบหน้าการประกาศ ร่างระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายพรรคการเมือง นายสมชัย เปิดเผยว่า ในวันนี้(27 พฤศจิกายน ) ประธานกกต. น่าจะลงนามในหนังสือส่งร่างฯ ระเบียบไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือว่าทันตามกรอบเวลา 60 วัน ที่มีการประกาศใช้พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

Advertisement