ความหงุดหงิดอันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นสภาพที่ สามารถเข้าใจได้
เพราะ “เห็น” กันมาเกือบตลอด 3 ปี
ไม่ว่าจะเป็นการโยนของเข้าใส่ ไม่ว่าจะเป็นการขู่ว่าจะทุ่มด้วย “โพเดียม”
แต่นั่นเป็นเรื่องอันเกิดขึ้นกับ “นักข่าว”
และดูเหมือนว่า “นักข่าว” เองก็เข้าใจว่าเป็น “กระบวนท่า” 1 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ในการหลีกเลี่ยงการตอบคำถามยากๆ
แต่ที่เกิดขึ้นระหว่างการพบกับชาวประมงที่ตลาดปลา ปัตตานี มิใช่ระหว่างแถลงข่าว หากแต่เป็นใน “สาธารณะ”
ที่สำคัญ คือ มีการถ่ายทอดสด
การถ่ายทอดสด ณ ขณะนั้นในลักษณะ”ไลฟ์” ทรงความหมายเป็น อย่างสูงในเรื่อง “ภาพ” ที่ปรากฏ
พลันที่เสียงออกดังกึกก้อง
“อย่ามาเถียงฉัน อย่ามาส่งเสียงกับผม เข้าใจเปล่า ผมฟังคุณนี่ พูดดีๆก็ได้”
ต้นตออาจมาจากความเข้าใจผิด
แต่ความรับรู้ของสังคม ความรับรู้ของสาธารณะ ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ
ย่อมตัดสินจาก ภาพและเสียงที่เห็น
ยิ่งเมื่อภาพสดๆการประจันหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวเทพา-ปัตตานี ที่คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน บริเวณสีแยกสำโรง สงขลา ปรากฏตามมา
ยิ่งซ้ำเติมหนักหน่วงเข้าไปอีก
การเคลื่อนไหวในทางสังคมบนพื้นที่ “เปิด” ดำเนินไปเช่นนี้ โดยเฉพาะในยุคแห่งโซเชียล มีเดีย
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะ “ปิด” เป็น “ความลับ”
ความหงุดหงิดอันแสดงออกในกรณีการเสียชีวิตของ “น้องเมย” เป็นบทเรียนมาแล้ว จำเป็นต้อง “ขอโทษ” กันชนิดหน้ากระดานเรียงหนึ่ง
เมื่อมาถึง “น้ำเสียง” อันปรากฎที่ “ปัตตานี” และการสลายการชุมนุมที่ “สงขลา” ตามมาอีก
ความหงุดหงิดจึงกลายเป็นกรณี”สาธารณะ”

