‘บิ๊กป้อม’เยือนอินเดีย ย้ำไทยต้องเป็นประตูสู่อาเซียนของอินเดีย

18.03.16 | 12:25 น.

‘บิ๊กป้อม’เยือนอินเดีย กำชับทีมไทยแลนด์ให้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียนของอินเดีย เตรียมคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมด้านความมั่นคง อินเดียพร้อมสนับสนุนไทยในการจัดฝึกอบรม ป้องกันก่ออาชญกรรมไซเบอร์ หารือการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือในช่องแคบมะละกา

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยผลการเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตามคำเชิญของกระทรวงกลาโหมอินเดีย ระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. โดย พล.อ.ประวิตรได้มอบนโยบายแก่ทีมไทยแลนด์ ว่า รัฐบาลปัจจุบันมีความพยายามอย่างมุ่งมั่นในการวางรากฐานและสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ สู่ความมั่นคงและมั่งคั่งควบคู่กันไป ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปีและขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศตามแผน โดยให้ความสำคัญกับแผนระยะ 5 ปี ขณะเดียวกันความร่วมมือระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกันมีความจำเป็นยิ่ง โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศใหญ่ที่มีศักยภาพและกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การเชื่อมโยงให้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียน ( Gate Way of ASEAN ) มีความสำคัญมาก จึงขอให้ร่วมกันทำหน้าที่เพิ่มเติมในการเป็นผู้แทนทางการค้า ด้วยการพิจารณาศักยภาพและโอกาสของทั้งสองประเทศ สร้างความร่วมมือขยายสู่การค้า การลงทุนระหว่างกัน เพื่อนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ให้ร่วมกันสร้างความเข้าใจและเชื่อมั่นกับประชาชนอินเดีย ถึงสถานการณ์และพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทย ที่กำลังเดินหน้าสู่โรดแมป การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในปี 2560

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้ประกอบพิธีวางพวงมาลา ที่ India Gate และได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือกับนาย เอ็ม โมฮัมมัด ฮามิด อันสารี (M. Mohammad Hamid Ansari) รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินเดีย ที่ทำเนียบรัฐบาลอินเดีย โดยรองประธานาธิบดีอินเดียได้กล่าวชื่นชมพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งสภาวัฒนธรรมแห่งอินเดีย จะทูลเกล้าฯถวายรางวัล World Sanskrit Award ในการเสด็จเยือนอินเดียในเดือน ก.ย.นี้ พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง อีกทั้งได้หารือร่วมกันถึงศักยภาพของทั้งสองประเทศที่จะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง และเพิ่มพูนการค้าการลงทุนระหว่างกันให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในโอกาสครบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี2560 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่า การเยือนไทยของรองประธานาธิบดีอินเดียที่ผ่านมา ประกอบกับการสานต่อและขยายผลการเดินทางของ พล.อ.ประวิตร เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคง และการเดินทางของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมนักลงทุนชาวไทย หลังจากนี้เป็นการเตรียมการก่อนการเดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีในเดือน เม.ย.นี้ ถือเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่ชัดเจนยิ่ง ถึงความตั้งใจและจริงใจระหว่างกัน สอดคล้องกับนโยบาย Act East ของอินเดียและ Look West ของไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตรเดินทางเข้าพบและหารือนายอาจิต โดวาล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของอินเดีย โดยนายอาจิตได้กล่าวถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมหารือและเห็นร่วมกันว่า ภัยคุกคามที่สำคัญของทั้งสองประเทศประกอบด้วย ปัญหายาเสพติด การก่อการร้าย และอาชญกรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการก่ออาชญกรรมทางไซเบอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของประเทศชาติ รวมทั้งปัญหาความมั่นคงทางทะเล ซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมของผู้ก่อความไม่สงบ ส่งผลให้เส้นทางการเดินเรือของภูมิภาคมีความไม่ปลอดภัย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน ที่จะจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน อันประกอบด้วย ตำรวจ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและความมั่นคงในการทำงานร่วมกัน ควบคู่กับการจัดให้มีการหารือของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ เพื่อจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมและพยายามให้มีการลงนามร่วมกัน ในโอกาสการเดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกันให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น และรักษาความสัมพันธ์ในการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ( Strategic Partnership )

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประวิตรได้ตรวจแถวของกองทหารเกียรติยศ ณ กระทรวงกลาโหมอินเดีย และเข้าเยี่ยมคำนับนายมาโนฮาร์ พาร์ริการ์ (Monohar Parrikar) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินเดีย พร้อมหารือถึงความร่วมมือทางทหารที่มีร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือน การฝึก ศึกษาร่วมกัน ซึ่ง กห.อินเดียพร้อมที่จะขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสนับสนุนไทยในการจัดฝึกอบรม ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยในด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และการก่ออาชญกรรมทางไซเบอร์ รวมทั้งกองทัพเรืออินเดีย ยินดีเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือ (Thailand’s International Fleet Review 2017) ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในโอกาสครบ 50 ปี ของการก่อตั้งอาเซียน ทั้งนี้ ไทยก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความมั่นคงและความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือในช่องแคบมะละกา โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกัน ในการพิจารณาหารือการดำเนินงานร่วมกันต่อไป เพื่อความสงบสุขร่วมกันของภูมิภาค

Advertisement

16