หน้าแรก การเมือง บทนำมติชน : บ...

บทนำมติชน : บทเฉพาะกาล

18.03.16 | 11:38 น.

เลขาธิการ คสช. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ได้ทำหนังสือสรุปความเห็นจากการหารือของ คสช. นายกรัฐมนตรี และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เสนอให้ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับแก้บทเฉพาะกาล ให้มี ส.ว. 250 คน จากสรรหาทั้งหมด มีวาระ 5 ปี ไม่มีอำนาจกำหนดตัวนายกฯ แต่สามารถร่วมอภิปรายลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ นอกจากนี้ เพื่อป้องกันความวุ่นวายในการสรรหานายกรัฐมนตรี ยังให้งดใช้มาตรา 83 และ 154 ที่กำหนดให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกฯ จำนวน 3 ชื่อต่อ กกต.ก่อนการเลือกตั้งด้วย

เป้าหมายของบทเฉพาะกาล มุ่งไปที่การรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงแห่งชาติ บนพื้นฐานความเชื่อเดียวกับที่ใช้เป็นเหตุผลในการทำรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ที่นำมาสู่ “สถานการณ์พิเศษ” ที่ดำเนินมาเกือบ 2 ปีแล้ว การกำหนดบทเฉพาะกาลดังกล่าว ทำให้ระยะทางไปสู่การคืนอำนาจ คืนประชาธิปไตย ทอดยาวไกลออกไปมากขึ้น โดยเรียกกันว่าระยะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งจะกินเวลาถึง 5 ปี หลังจากปี 2560 ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ตามมาว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของ คสช. ซึ่งจะสามารถกำหนดความเป็นไปของการเมืองผ่านทางวุฒิสภาที่มีจำนวนมากถึง 1 ใน 3 ของรัฐสภา และมีอำนาจหน้าที่ใกล้เคียงกับ ส.ส.

บทเฉพาะกาลสะท้อนวิธีคิดที่เชื่อในอำนาจพิเศษว่าจะแก้ไขวิกฤตการเมืองของชาติได้ ขณะที่อีกหลายฝ่ายเห็นว่าระบบการเมืองแบบรัฐสภา มีกลไกแก้ปัญหาในตัวเองอยู่แล้ว เป็นระบบที่ประชาชนมีส่วนร่วม และมีความเป็นสากลที่นานาประเทศเชื่อมั่นเชื่อถือ การกลับไปสู่ประชาธิปไตย หลังจากเวลาผ่านไป 2 ปี น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ทำให้สภาพต่างๆ ฟื้นคืนกลับมาได้โดยเร็ว ประชาธิปไตยอาจมีภาพความวุ่นวาย เพราะประชาชนมีความเห็นต่าง แต่ประชาธิปไตยมีกระบวนการหาข้อสรุปด้วยเสียงข้างมาก โดยไม่ละทิ้งเพิกเฉยต่อเสียงข้างน้อย หากเมื่อไหร่เกินเลยกลายเป็นความไม่สงบ ก็เป็นหน้าที่ของผู้รักษากฎหมาย ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือมีวาระแอบแฝง การแก้ปัญหาตามกระบวนการประชาธิปไตยก็จะเกิดขึ้น ด้วยการประคับประคองของทุกฝ่าย เพราะปัญหาบ้านเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง