“วิษณุ” แจง เหตุ ต้องมี ส.ว. 250 คน ไม่งั้นไม่เกิดประโยชน์ ปัดตอบตั้ง ส.ว. 6 คนโดยตำแหน่ง ต้านรัฐประหาร
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มีนาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ส่งถึงกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยเฉพาะกรณีให้ ผบ.เหล่าทัพ เป็นส.ว.สรรหา 6 ตำแหน่งเพื่อป้องกันปฏิวัติรัฐประหาร ว่า เรื่องนี้คงต้องถามพล.อ.ประวิตร ตนไม่สามารถชี้แจงแทนได้ ส่วนการมี ส.ว.สรรหาประจำตำแหน่ง 6 คนดังกล่าว ไม่มีหรอกอำนาจที่จะกำหนดทิศทางของ ส.ว.ที่เหลือได้ ทั้งที่มีการระบุว่า ส.ว.สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้นั้น พูดแล้วเดี๋ยวเข้าตัวทุกทีเพราะเข้าใจว่าเป็นความคิดตน เอาสั้นๆ ง่ายๆ คือ ไม่ใช่เป็นฝ่ายเปิด แต่เมื่อมีการเปิดเขาก็สามารถอภิปรายได้หรือลงมติ แต่ตอนนี้กำลังคิดว่าอาจจะอภิปรายไม่ได้แต่ลงมติได้ ทั้งนี้ที่มีความกังวลว่าจะเป็นร่างทรงของ คสช.ไปนั่งในสภา ไม่ใช่ คือถ้าจะทรงก็ทรงได้ทั้งนั้น ทรงของประชาชน ทรงของเอ็นจีโอก็ได้ แล้วแต่ตั้งใครเท่านั้นเอง พอถึงเวลาก็มาทุกทิศทุกทางนั้นแหละ เพราะฉะนั้นพูดไม่ได้ว่าทรงไม่ทรง เพราะบางคนก็นึกว่าทรง พออยู่ไปก็ไม่เห็นจะเป็นร่างทรง จำได้หรือไม่ 6 เดือนที่แล้วมีการตั้ง กรธ. ทุกคนก็บอกว่านี่แหละร่างทรง ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็ร่างทรง พออยู่ไปก็จะเห็น แม้แต่ สนช. สปท. สปช. ก็แล้วแต่ ก็มีบางคนทรงบางคนก็ไม่ได้ทรง คนที่อิสระบางคนทนไม่ได้เขาก็ลาออก เพราะฉะนั้นจะพูดเช่นนั้นไม่ได้ อย่าง สปท.มีคนอย่าง นายกษิต ภิรมย์ นายสมพงษ์ สระกวี สปท. ทรงหรือไม่ อยู่ที่ใครตั้ง บทบาทแต่ละคนเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า ตั้งแต่มีการส่งความเห็นไปยัง กรธ.ได้มีการพุดคุยกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูด ตนพยายามหลีกเลี่ยงไม่คุยเพราะไม่ใช่ข้อเสนอของตน แต่ก็มีการพบพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า มีการติงว่า จำนวน ส.ว.ทำไมต้องมีมากถึง 250 คน นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องตอบคำถามแรกก่อน คือต้องการให้มี ส.ว.หรือไม่ หากไม่ต้องการก็จบ ถ้าต้องการให้มี คือ ต้องการระบบแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง ก็จะย้อนไปสู่ว่าจะมี ส.ว.ไว้ทำไม หากมี ส.ว.ไว้ถ่วงดุล ส.ส. ตรงนี้ ส.ว.ต้องเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นจะเอาอำนาจใดไปคานคนที่มาจากเลือก หากนำมาเพื่อกลั่นกรองกฎหมาย เช่นนั้นต้องมีคุณสมบัติหรือหลักประกันอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ไว้เนื้อเชื่อใจว่าสามารถกลั่นกรองได้ ไม่ได้พูดถึงการเป็นนักกฎหมายเพราะ ส.ว. ไม่ได้ทำหน้าที่ออกกฎหมายอย่างเดียว คำว่าพิทักษ์รัฐธรรมนูญ บางคนฟังแล้วเท่ โก้ๆ เป็นวาทะ แต่ดูให้ลึกมันมีความหมาย หากไปเทียบคราวที่แล้ว แก้ไขรัฐธรรมนูญเกือบร่างใหม่ทั้งฉบับ หาก ส.ว.ไม่เหนี่ยวรั้งไว้บ้างจะเตลิดไป และอย่างกรณีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ก็จะเห็น ส.ส.ทั้งสภาคิดเช่นไร ชะงักอย่างไร จึงต้องไปอยู่ที่ชั้น ส.ว.ช่วยกัน ฉะนั้นเมื่อตั้งใจ ส.ว.มีบทบาทเช่นนี้ ต้องคิดว่าคนแบบไหนที่จะเข้าไปได้ ในช่วงเวลา 5 ปีแรก หลังจากนั้นทำใจได้เลยว่าเรียบร้อย ตนปล่อยได้ วางใจได้ นี่คือสิ่งที่จะเรียกว่าพัฒนาการ จึงตอบได้ว่าเช่นนั้นจึงต้องใช้วิธีแต่งตั้ง เมื่อแต่งตั้งแล้วทำไมไม่เอา 50 ทำไมไม่เอา 100 หรือ 200 คือตัวเลขทุกอย่างมีที่มา เมื่อเราต้องการให้มาคานตรงนี้มีเหตุจำเป็น ต้องมาคาน มีการคิดอีกทีได้ ในที่สุดคิดว่า ส.ส.มี 500 น้อยกว่าครึ่งหนึ่งการทำหน้าที่นี้จะไม่เกิดประโยชน์ และไม่คิดว่าตั้งแล้ว 250 คนจะเป็นพวกของ คสช. และรัฐบาลหมด บางทีตั้งแล้วดูดี แต่อยู่ไปใจเป็นอื่นก็มี
เมื่อถามว่า การเขียนให้ ส.ว.เป็นเช่นนี้จะทำให้รัฐบาลอ่อนแอหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มันมีสองด้านอยู่ที่คิดแง่ไหน ต้องมอง 2 ด้าน ถ้ารัฐบาลมีคุณธรรม มีธรรมาภิบาลก็เสี่ยงโดนปะทะจนล้มได้ ส.ว.ก็จะช่วยประคับประคอง แต่ถ้ารัฐบาลทำผิด ฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของประชาชน แต่มีเสียงข้างมากในสภาชนะ ก็ต้องอาศัยเสียงของ ส.ว.เข้าไปช่วย ต้องมองสองแง่เช่นนี้
เมื่อถามว่า ส่วนกรรมการสรรหา ส.ว.จะมีหน้าตาอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องช่วยกันคิด เสนอ 1 เพื่อให้ไปทำ 2 และ 3 แล้วที่เสนอไปก็ไม่ทราบว่าเขารับหรือไม่ จึงไม่จำเป็นต้องเสนอยืดยาว เสียเวลาทำไม เพราะมันยังไม่เริ่มต้น ยังไม่ทราบเขารับหรือไม่ หากไม่รับก็ไม่ต้องคิด
เมื่อถามว่า หาก กรธ.ไม่รับจะส่งอีกหรือไม่และจะดำเนินการอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่ทราบครับ แต่คุณเล่นต่อปากกับท่านท่านก็เลยเล่นต่อปากกลับซึ่งเป็นลักษณะการพูดของนายกฯ ถ้าไม่รับก็ยึดแนวทางของตัวเองต่อไป และไปทำประชามติ คสช.ก็ไปโหวตตอนประชามติ”

