เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ควรต้องทำเกี่ยวกับกรณีการสลายการชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงต่อ ชาวบ้าน อ.เทพา จ.สงขลา มี 3 เรื่อง คือ 1. รัฐบาลต้องปล่อยตัวชาวบ้านที่คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข 2. ดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่ผู้ฝ่าฝืน มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ เพราะมติ ครม. มีฐานะเป็นคำสั่งในทางบริหารที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การฝ่าฝืน มติครม. ถือเป็นความผิดทางวินัย หรืออาจผิดวินัยร้ายแรง ตาม มาตรา 84 และ 85(7) แห่ง พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และ (3) ขอให้ดำเนินคดีอาญา มาตรา157 กับเจ้าหน้าที่ ๆ จับกุมและใช้ความรุนแรงกับชาวบ้าน เพราะเป็นการขัดขวางการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ตาม มาตรา 34 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตาม ข้อ 19 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อันเป็นกฎมาย ระหว่างประเทศ ซึ่งไทยให้การรับรองไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2484 ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการปกป้องสิทธิมนุษยชน คือ รัฐบาลต้องลงโทษต่อผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน แล้วการที่ประชาชนมาร้องทุกข์ครั้งนี้ก็มีเหตุผลอันสมควรที่จะรับฟัง เพราะถ่านหินเป็นพลังงานที่ไม่สะอาดและชาวบ้านจะได้รับผลกระทบโดยตรงในหลายๆ ด้าน ที่สำคัญ รัฐบาลเอง ก็เป็นฝ่ายเดินทางลงพื้นที่ไปหาชาวบ้าน ก็เพื่อไปรับฟังทุกข์สุขของชาวบ้านไม่ใช่หรือ
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า นอกจากนี้ การใช้กำลังลงมือลงไม้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนและยังจับเขาเข้าคุกแบบนี้ อาจส่งผลกระทบไปถึงการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะทำให้การทุ่มเทแก้ปัญหาตลอด 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2547 ต้องสูญเปล่า เพราะการรังแกชาวบ้านในลักษณะนี้ คือ หนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นผู้นำเผด็จการเต็มรูปแบบที่ใช้กำลังทหารยึดอำนาจมาบริหารประเทศ ไม่สามารถจัดการลูกน้องตัวเองที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและฝ่าฝืน มติ ครม.ได้ ก็สมควรลาออกไปเสีย อย่าอยู่ให้บ้านเมืองเสียหายต่อไปเลย

