‘สุพจน์’ติงกม.ศาลรธน. ต่ออายุให้ 5 ตุลาการอยู่ต่อ ไม่สง่างาม เล็งตั้งกมธ.ร่วมชี้ขาด

2.12.17 | 17:39 น.

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวระหว่างการบรรยายโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ตอนหนึ่งถึงร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. …ว่า ขณะนี้กำลังรอ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ส่งร่างฉบับจริงมาให้ กรธ. จากนั้นจะพิจารณาว่ามีประเด็นใดขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เบื้องต้นจากการลงมติในวาระ 3 ของ สนช. ที่กำหนดให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันอยู่ต่อไปจนครบวาระ และยังขยายให้ตุลาการ 5 คนที่พ้นวาระดำรงแล้วอยู่ต่อไปตามคำสั่งคสช. ต่อไปจนกว่าจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะขัดกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ศาลและองค์กรอิสระมีคุณสมบัติเพิ่มและเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนมีคุณสมบัติไม่ครบ เกรงว่าจะไม่สง่างาม ยิ่งไปกว่านั้น ตุลาการ 5 คนที่หมดวาระแล้ว สนช. ยังต่ออายุให้เกินอายุที่รัฐธรรมนูญทั้งใหม่และเก่าได้กำหนดไว้ ต่างจากกรณีของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขยายให้อยู่ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หากยังคงหลักการดังกล่าวไว้ในร่างกฎหมายลูกศาลรัฐธรรมนูญกรธ.จะพิจารณาส่งหนังสือโต้แย้งเนื้อหาและขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย กรธ. สนช.และ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ รวม 11 คน เพื่อดูว่ากล้าฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่


“บทบัญญัติหลักของศาลรัฐธรรมนูญในรัฐธรรมนูญปี 60 บอกอยู่ได้ 9 ปี เราพยายามจะเขียนให้เห็นว่าใช้คุณสมบัติใหม่ และไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามซึ่งเขียนขึ้นใหม่ แต่ตุลาการ 5 ท่านที่ต่อสู้ให้อยู่จนถึงชั่วฟ้าดินสลาย ท่านหมดวาระไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 60 ครบ 9 ปีไปแล้ว ปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้วจะให้ท่านต่อไปไม่มีที่สิ้นสุดจนมีสภาใหม่มีส.ส.ใหม่ มีผู้นำฝ่ายค้านคนใหม่ คือเหตุผลอะไร เพื่อความสง่างามนักการเมืองจะได้ไม่โจจมตีว่าเป็นผลผลิตของคสช. ขณะที่ตุลาการทั้ง 5 ท่านก็อยู่ต่อตามอำนาจของคสช. ตามมาตรา 44 คำสั่งที่ 24/2560 ผมได้พูดในที่ประชุมสนช.ว่าความสง่างามจะเกิดอย่างไร ถ้าท่านอยู่ไปถึงปีที่ 11,12,13 ก็ถือว่าผิดหลักรัฐธรรมนูญใหม่ที่อยู่ได้ 7 ปี และผิดในรัฐธรรมนูญเก่าที่กำหนดไว้ 9 ปี ถือว่าขาดคุณสมบัติที่กำหนดไว้ว่า ให้เป็นตุลาการหัวหน้าแผนกในศาลฎีกา หรือศาลปกครองสูงสุดไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นศาสตราจารย์ 5 ปี หรือเทียบเท่าอธิบดี 5 ปี ท่านไม่มีคุณสมบัตินี้เลย แล้วจะให้ตุลาการที่ขาดคุณสมบัติมาวินิจฉัยคนที่ขาดคุณสมบัติส.ส.หรือว่าคณะรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัติได้อย่างไร”นายสุพจน์ กล่าว