09.00 INDEX การยื้อกรณีปลดล็อกพรรคการเมือง กับความศักดิ์สิทธิ์ของ ‘กฎหมาย’

3.12.17 | 08:59 น.

 

ใครที่คิดว่าการยื้อในเรื่อง”ปลดล็อก”พรรคการเมือง คือ มาตรการเฉียบอันแสดงถึงกระบวน “รุก”ในทางการเมือง

ขอให้กลับไป “ทบทวน”ได้แล้ว

ไม่ว่าจะเป็น “นักการทหาร” ไม่ว่าจะเป็นเกจิในทางกฎหมายที่นำมาเป็นเครื่องมือในทาง”การเมือง”

ก็ขอให้กลับไป”ทบทวน”อย่างจริงจัง

Advertisement

การยื้อเวลาให้ทอดยาวออกไปจะเป็นเช่นที่การทอผ้าในหูกอย่างที่พระพุทธองค์กล่าวไว้ยิ่งทอ”อดีต”ยิ่งยาว แต่”อนาคต”จะสั้น

หากถามว่าปัจจัยอะไร คือ สิ่งที่ทำให้เป็นปัญหา คำตอบ 1 อยู่ที่รัฐธรรมนูญ คำตอบ 1 อยู่ที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

นี่คือหลัก”นิติธรรม”อันเป็นพื้นฐานแห่ง”นิติรัฐ”

พลันที่ประกาศกกต.เรื่องบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัด และเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรค การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสาขาพรรคตีพิมพ์ใน ราชกิจจานุเบกษา

นั่นเท่ากับเป็น “สัญญาณ” เตือน

มิได้เตือนเพียงพรรคการเมืองว่าจะต้องปฏิบัติตามพรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เท่านั้น

หากความเป็นจริงที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด

พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ดำเนินการตามรัฐ

ธรรมนูญ พ.ศ.2560

การยกเว้นไม่ปฏิบัติตามจำเป็นต้อง”อธิบาย”

หากยังมี “รองนายกรัฐมนตรี”ที่เป็น”นักนิติศาสตร์”ดำรงอยู่ก็น่าจะให้คำปรึกษากับคสช.และรัฐบาลได้

ปมเงื่อนอยู่ที่จะต้องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมายหรือไม่

ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับก็คือเราผ่านเดือนพฤษภาคมมาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วนับแต่เดือนพฤษภาคม 2557เป็น 3 ปีที่อยู่ใต้อำนาจ”คสช.”

การตรวจค้นและจับอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดกลางทุ่งนาที่ฉะเชิงเทรา สามารถนำมาเป็นเหตุผลได้

แต่คำถามก็คือ อำนาจอยู่ในมือใคร

เป็นอำนาจอันเบ็ดเสร็จไม่ว่าทหาร ไม่ว่าตำรวจ ไม่ว่าพลเรือนล้วนอยู่ในการกำกับของคสช.อันเป็น”รัฎฐาธิปัตย์”

ความรับผิดชอบจึงเป็นของใคร