“บิ๊กตู่” สั่ง ครม.ใหม่ ติดตามข่าวโซเชียล พร้อมแจง ป้องกันเข้าใจผิด เผย แนวทางปฏิรูปกองทัพซื้ออาวุธ ต้องทันสมัย
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ขอให้ ครม.ทั้งคนเก่าและคนใหม่ดูปัญหาการทำงานในแต่ละกระทรวง ซึ่งเกี่ยวเนื่องไปถึงประชาชน หากมีอะไรที่ส่อให้เกิดข้อขัดแย้ง ขอให้แก้ไขปัญหาให้ได้ ใช้เหตุผลและชี้แจงให้ประชาชนทราบว่ากำลังทำอะไร ทำแล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ซึ่งนายกฯ มองว่าจะเป็นวิธีลดความขัดแย้งลงได้
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีกับ ครม.ใหม่พร้อมมอบโยบายในการทำงานว่า ให้ครม.ทั้งใหม่และเก่าสนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ตั้งใจอุทิศตนทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน และตระหนักอยู่เสมอว่าประชาชนต้องการความสุข ความปลอดภัย ใช้ปัญญาและสติในการทำงาน ส่วนแนวทางการทำงาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอให้ ครม.ยึดความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสเป็นสำคัญ พร้อมทำงานแบบบูรณาการ สามารถทำงานข้ามกระทรวงได้ โดยสั่งการว่า นอกจากครม.จะต้องศึกษางานกระทรวงตัวเองแล้ว ยังต้องศึกษางานของกระทรวงอื่นๆด้วย เพื่อให้การทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นเป็นไปด้วยดี
พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้ ครม.ไปดูของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลจะมอบให้ประชาชนก่อนกลับมาเสนอ ครม.พิจารณาอีกครั้ง ส่วนของขวัญปีใหม่ที่ ครม.จะมอบให้กันและกันนั้น นายกฯได้ให้ไปศึกษาสินค้าเกษตรไทย เช่น ข้าว โดยให้กระทรวงพาณิชย์ไปดูข้าวพันธุ์ กข.43 ว่าจะสามารถจัดทำแพ็คเก็จเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ได้หรือไม่ พร้อมกับสร้างเรื่องราวให้น่าสนใจ โดยนายกฯระบุว่าจะสั่งจองจำนวน 300 กล่องเพื่อเตรียมมอบเป็นของขวัญปีใหม่
พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้นายกฯยังสั่งการเกี่ยวกับจิตอาสา โดยให้ดูแลรักษาสิ่งที่ดำเนินการแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับไปแก้ไขปัญหาอีก ส่วนการลงพื้นที่ของ ครม.นั้น ขอให้ลงพื้นที่อย่างครอบคลุมในทุกภาคทั่วไทย เพื่อพูดคุยกับประชาชน ภาคเอกชน สร้างความเชื่อมั่นและเข้าใจต่อรัฐบาล พร้อมรับฟังปัญหาเพื่อนำมาปรับเปลี่ยนแก้ไขอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ครม.ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย เมื่อพบว่ามีปัญหาจะต้องชี้แจงอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกระจายออกไป
ผู้สื่อข่าวรานงานว่า นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้แจกเอกสารแนวทางการทำงานให้แก่ ครม. โดยมีแนวทางการปฏิรูปกองทัพด้วย ซึ่งแนวทางมีนี้ 1.การลดกำลังพลประจำการ โดยการเพิ่มกำลังพลอาจมีสิทธิ์ต่างกับข้าราชการประจำ มีสัญญาจ้างที่ชัดเจน เน้นการจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ 2.การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ ต้องเน้นความทันสมัย เทคโนโลยีสูง โดยมีจำนวนที่เพียงพอ ตามแผนพัฒนากองทัพและแผนป้องกันประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับประชาชน โดยให้มีความโปร่งใสจริงใจ และ สอดส่อง ดูแลข้าราชการทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ หากเกียร์ว่าง ปรับย้าย และหากมีกรณีแอบอ้างนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือผู้ใหญ่อื่นๆต้องมีการตรวจสอบให้ระมัดระวัง

