ทำไมการประชุมพรรคการเมือง การเลือกกรรมการบริหารพรรคจึงกลายเป็นเรื่องน่ากลัว
น่ากลัวกระทั่งไม่ยอมให้เกิดขึ้น มีขึ้น
ทั้งๆที่ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย
ก็เกิดขึ้นจากการอนุญาตโดย”กกต.”
ทุกอย่างเป็นไปตาม “รัฐธรรมนูญ” ทุกอย่างเป็นไปตามพรป.ว่าด้วย “พรรคการเมือง”
เพราะหากทำผิดก็มีสิทธิถูกลงโทษ”ยุบพรรค”
แล้วเหตุใดคสช.และรัฐบาลจึงมองเห็นว่า การประชุมพรรค การเลือกกรรมการบริหารพรรคเป็นเรื่องอันตราย ร้ายแรง
กระทั่งเป็น”ต้นเหตุ”แห่งความไม่สงบ
หากมองจากรากฐานความเป็นจริงการก่อเกิดขึ้นของแต่ละพรรค การเมือง
พรรคประชาธิปัตย์ก็มีมาตั้งแต่ปี 2489
พรรคชาติไทยพัฒนาก็เป็นผลิตผลจากสถานการณ์เมื่อเดือน ตุลาคม 2516 เพียงแต่ตอนนั้นใช้ชื่อ “พรรคชาติไทย”
พรรคเพื่อไทยคล้ายกับเพิ่งเกิดในปี 2551
แต่พรรคเพื่อไทยก็ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องมาจากพรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักไทย
3 พรรคนี้ล้วนได้รับความไว้วางใจจาก”ประชาชน”
เคยได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 1 หัวหน้าพรรคและผู้นำของ พรรคก็เคยดำรงตำแหน่งเป็น “นายกรัฐมนตรี”มาแล้ว
เหตุใดจึงมองด้วยความหวาดกลัว ไม่ไว้วางใจ
ยิ่งหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา สังคมมองเห็นท่าทีของแต่ละพรรคการเมืองได้อย่างเด่นชัด
เนื่องจาก”นักการเมือง”ตกเป็น”จำเลย”
เป็นจำเลยมาตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 กระทั่งก่อนและหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
แต่ละพรรคจึงสงบเสงี่ยม เจียมตัว
หวังความเมตตาจากผู้กุมอำนาจเป็นอย่างมาก จะออกกติกาอะไรมาก็ยอมรับและปฏิบัติตามแทบไม่หือ ไม่อือ
แล้วเหตุใดจึงยังหวาดกลัว เหตุใดจึงไม่ไว้วางใจ

