“กรธ.” ปรับแก้ 3 มาตรา พร้อมจ่อเพิ่มหมวดปฏิรูปอีก 4 มาตรา “ชาติชาย” ระบุ ยังไม่ชัดพรรคการเมืองต้องจดทะเบียนใหม่หรือไม่
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 มีนาคม ที่รัฐสภา นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงความคืบหน้าการพิจารณาความเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญในเบื้องต้นว่า ที่ประชุมได้พิจารณาความเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชน หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นเรียงลำดับในแต่ละมาตรา โดยให้ความสำคัญกับทุกข้อเสนอแนะ ส่วนความคืบหน้าที่ กรธ.ปรับแก้ล่าสุดคือ มาตรา 34 ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความเห็นของบุคคล การพูด การเขียน การโฆษณา ซึ่งได้กำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการใด เมื่อมีกฎหมายที่เขียนห้ามเป็นการเฉพาะ นอกจากนั้นได้ตัดประเด็นการห้ามใช้เสรีภาพดังกล่าวเพื่อสร้างความเกลียดชังในสังคมออก ขณะที่เสรีภาพทางวิชาการนั้นได้บัญญัติให้ได้รับความคุ้มครอง โดยกำหนดมาตรการที่ห้ามปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น มาตรา 35 ว่าด้วยการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์และภารกิจของหน่วยงาน แทนการปฏิบัติตามอย่างเด็ดขาด และมาตรา 60 ว่าด้วยคลื่นความถี่และวงโคจรของดาวเทียม ได้เพิ่มถ้อยคำเพื่อให้รัฐต้องรักษาคลื่นความถี่และการเข้าใช้วงโคจร โดยยึดถือว่าเป็นสมบัติชาติ และการใช้ต้องให้เกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการกำหนดให้มีองค์กรนั้น ได้เพิ่มถ้อยคำให้รัฐต้องจัดให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระเพื่อกำกับการดำเนินงานเกี่ยวกับคลื่นความถี่ ซึ่งการปรับถ้อยคำดังกล่าว กรธ.ไม่มีเจตนาที่จะยกเลิก กสทช. ที่มีหน้าที่อยู่เดิม แต่ต้องการให้มีองค์กรของรัฐที่กำกับดูแลการดำเนินงานของ กสทช. เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศสูงสุด
นายชาติชายกล่าวว่า สำหรับหมวดปฏิรูปประเทศ เบื้องต้นจะมีทั้งสิ้น 4 มาตรา ครอบคลุมเนื้อหา 6 ด้าน เช่น การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา กฎหมาย และการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้การปฏิรูปเกิดได้อย่างเป็นรูปธรรม สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงเป็นฐานให้เกิดการพัฒนาของบ้านเมือง เช่น การปฏิรูปด้านการเมือง จะมีเนื้อหาให้มีการปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชน เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของพรรคการเมืองให้เป็นสถาบัน ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน กำหนดให้มีการปฏิรูประบบราชการ สร้างทัศนคติของข้าราชการที่เน้นการบริการประชาชน แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ด้านกฎหมาย วางกลไกเพื่อปรับปรุงกฎหมายที่ล้าหลัง ซึ่งในการปฏิรูปด้านต่างๆ ยกเว้นการเมืองนั้น กรธ.มีแนวคิดที่จะให้ตั้งกรรมการอิสระ เพื่อดำเนินการออกกฎหมายวางแผนการปฏิรูปให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ โดยจะกำหนดในบทเฉพาะกาล
นายชาติชายกล่าวต่อว่า ส่วนการปฏิรูปการเมืองนั้น รายละเอียดจะถูกเขียนไว้ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยระบุถึงการจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่นั้น กรธ.ยังไม่เคยคุยประเด็นดังกล่าว แต่ส่วนตัวมองว่าเมื่อกฎหมายพรรคการเมืองไม่ถูกยกเลิก จึงยังมีสิทธิที่จะดำเนินการได้ โดยไม่ต้องจดทะเบียนใหม่ แต่การเขียนกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองใหม่เพื่อเป็นกรอบและกติกาให้พรรคการเมืองปฏิบัติตาม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินการร่างกฎหมายลูกว่าจะกำหนดไว้เป็นอย่างไร

