คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นัดพิจารณาข้อเสนอแนวทางปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญของ คสช.สัปดาห์หน้า สาระสำคัญบทเฉพาะกาลแตกต่างร่างแรกของ กรธ. กล่าวคือ เพิ่มจำนวน ส.ว.จาก 200 คน เป็น 250 คน มีที่มาจากการสรรหา คัดสรร หรือแต่งตั้งโดยคณะกรรมการกลาง บัญญัติชัดเจน ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. และ ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง ส.ว.โดยตำแหน่ง ขณะที่อำนาจหน้าที่นั้นสมาชิกวุฒิสภามีบทบาทในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ การให้มี ส.ว.ตามบทเฉพาะกาลนี้ คสช.ระบุว่าเพื่อให้ทำหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ดูแลการขับเคลื่อนการปฏิรูป และเป็นสภากลั่นกรองร่าง พ.ร.บ.ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี
นักวิชาการ ฝ่ายการเมือง แสดงความคิดเห็น มีข้อห่วงกังวลต่อจำนวน ที่มา และโดยเฉพาะอำนาจหน้าที่ ส.ว. การที่สมาชิกวุฒิสภามีอำนาจมากกว่าหรือเทียบเท่า ส.ส. เป็นข้อเสนอที่มีจุดอ่อน ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย เนื่องจาก ส.ว.ที่มีที่มาไม่ยึดโยงประชาชนนั้นขาดความชอบธรรม แต่กลับมีอำนาจมาก ในการควบคุม กำกับ ลดทอน เปลี่ยนแปลงโครงสร้างฝ่ายบริหาร การตรวจสอบฝ่ายบริหาร อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขัดกับหลักการ บุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้งมีอำนาจให้คุณให้โทษฝ่ายตัวแทนประชาชน หนำซ้ำข้าราชการฝ่ายประจำที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชายังมีอำนาจตัดสินใจที่จะไว้วางใจ หรือไม่ไว้วางใจผู้บังคับบัญชาได้ ผิดฝาผิดตัวเป็นที่ยิ่ง ส.ว.ที่มีที่มาจากการแต่งตั้งควรออกแบบอำนาจหน้าที่ให้เหมาะสม การให้อำนาจมากเกินไปอาจเป็นปัญหาได้
อำนาจหน้าที่ ส.ว.ตามข้อเสนอ คสช.เคยมีในรัฐธรรมนูญ 2521 ประเทศไทยเคยใช้กติกาแบบนี้มาก็จริง แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปมาก ปัจจุบันมีการให้ความสำคัญกับค่านิยม ความเชื่อมั่น เชื่อถือในสิทธิเสรีภาพ ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกระดับ การให้อำนาจ ส.ว.มากกว่า หรือเทียบเท่า ส.ส.มีปัญหาในตัวเองอยู่แล้ว คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาใคร่ครวญว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ให้ออกมาเป็นที่ยอมรับได้ ข้อเสนอ คสช.อาจมีน้ำหนักในแง่เป็นผู้รับผิดชอบดูแลบ้านเมือง แต่กติกาที่ถูกต้อง สอดคล้องกับหลักสากลก็เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ในอันที่จะทำให้นานาอารยประเทศเชื่อมั่น เป็นหลักประกันการมีที่อยู่ที่ยืนในเวทีโลก คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญควรนำความคิดเห็นฝ่ายต่างๆ ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลอย่างจริงจัง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจขั้นสุดท้าย หากละเลย เพิกเฉยความเห็นต่าง และจัดการไม่ดี น่าเชื่อได้ว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาในที่สุด
