เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหารายได้ต่อครัวเรือนประชาชนในภาคใต้ลดลง ว่า กรณีที่รายได้ต่อครัวเรือนประชาชนในภาคใต้ที่ลดลงนั้น หนักมากที่สุดคือใน จ.ตรัง และ จ.ระนอง แม้เข้าใจได้ว่าเป็นผลมาจากภาวะราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดย จ.ตรัง เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกยางพารามากที่สุดหากคิดเฉลี่ยต่อพื้นที่ ทำให้รายได้ของประชาชนผูกอยู่ที่ยางพารา เมื่อยางพาราราคาตกต่ำต่อเนื่อง 3 ปี จึงส่งผลให้ชาวบ้านเกิดปัญหา ดังนั้นจึงยื่นข้อเสนอถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ว่าขอให้ปรับเรื่องอาชีพเสริมสำหรับเกษตรกรชาวสวนยาง และได้มีข้อเสนอถึงรัฐบาลเรื่องการเสริมสิ่งที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับ จ.ตรัง อาทิ เรื่องของรถไฟและสนามบินจังหวัดตรัง
เมื่อถามว่าการที่รัฐบาลมีความพอใจกับตัวเลขจีดีพีว่าจะขยายตัวไปถึง 4 เปอร์เซ็นต์ นายชวนกล่าวว่า หลังจากที่ได้เห็นคำแถลงของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯแล้ว ทำให้ต้องการส่งข้อมูลเพื่อให้เขาดูรายละเอียด เพราะระดับผู้ใหญ่ไม่มีเวลามาดูข้อมูลเชิงลึกว่าประชาชนในจังหวัดไหนมีรายได้เพิ่มเท่าไหร่ หรือลดลงเท่าไหร่ คิดว่าเขาคงมองภาพรวม
เมื่อถามว่ารัฐบาลควรปรับนโยบายด้านการเกษตรหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ยอมปรับนโยบายแล้วหลังจากที่ไม่มีการปรับปรุงมานาน 40-50 ปี ตนได้เคยขอให้เขาอนุญาตให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถปลูกสะตอ มังคุด ลูกเนียง จำปาดะ ไว้ที่หัวสวนหรือท้ายสวนยางเพื่อเอาไว้เก็บกินได้ แต่กยท.หรือองค์การสวนยางในขณะนั้นไม่ยินยอม เพราะมีระเบียบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนดไว้ว่าเมื่อเกษตรกรรับเงินไปทำสวนยางแล้ว ต้องตัดโค่นต้นไม้อื่นๆในสวนให้หมด
“ส่งผลให้ จ.ตรัง และจังหวัดอื่นๆ ที่เป็นแหล่งปลูกผลไม้ ต้องโค่นพืชผลไม้ต่างๆที่มีอยู่ และห้ามปลูกใหม่ ทำให้จังหวัดที่มีการปลูกยางพาราต้องพึ่งพาแต่ยางพารา เมื่อมีฝนตกลงมาแล้วออกไปกรีดยางไม่ได้ เกษตรกรจึงไม่มีรายได้ หรือเมื่อยางราคาตก ก็ไม่มีพืชเกษตรชนิดอื่นไปขาย เพราะถูกห้ามปลูก แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เขายอมปรับเปลี่ยนนโยบายให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถปลูกพืชผลอื่นได้ด้วย ผมจึงขอให้กระทรวงเกษตรฯรีบขยายพันธุ์พืชสวน เช่น สะตอ ส้มโอ ลูกเนียง จำปาดะ เป็นต้น เพื่อให้ชาวบ้านนำไปปลูกและเก็บกิน ดังนั้นถ้าปรับเรื่องนี้ได้ จะทำให้เกษตรกรมีทางเลือกในการเสริมรายได้ให้มากขึ้น” นายชวนกล่าว

