‘สุเทพ’ ส่งหนังสือ ชงสนช. แก้กม.พรรค ด้าน สนช.เด้งรับ ตั้งสุรชัย ปธ.ศึกษาข้อเสนอ

สนช. ชงศึกษาข้อเสนอ “สุเทพ” แก้กม.พรรค แต่บอกพรรคเก่าถ้าปรับสมาชิกไม่ทันก็ยื่นขยายเวลาง่ายกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ได้ส่งข้อเสนอแนะมายัง สนช.ให้แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยได้ส่งมาตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) แถลง ผลการประชุมนัดพิเศษ ว่า วิปสนช.ได้พิจารณาข้อเสนอแนะจากพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังชล สอบถามแนวทางการแก้ปัญหา เนื่องจากดำเนินการไม่ทันตามกรอบเวลา ในบทเฉพาะกาลมาตรา 140-141 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดให้พรรคต้องแจ้งฐานข้อมูลทะเบียนสมาชิกที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนเปิดประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค และแก้ไขข้อบังคับพรรคนั้น ที่ประชุม เห็นว่า สิ่งที่พรรคต้องทำตามบทเฉพาะกาลที่บางส่วนจะครบกำหนดในวันที่ 5 มกราคม 2561 ตามที่กฎหมายเปิดช่องให้พรรคสามารถยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอขยายระยะเวลาการดำเนินการตามความจำเป็นได้ รวมแล้วไม่เกิน 3 ปี หากพรรคดำเนินการไม่แล้วเสร็จต้องสิ้นสภาพ ซึ่งนายทะเบียนสามารถพิจารณาอนุญาตได้ หากไม่อนุญาต ต้องเสนอให้กกต.พิจารณา อีกทั้งยังเปิดช่องให้พรรคการเมืองไปร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ จึงขอแถลงชี้แจงให้พรรคการเมืองสบายใจได้ ซึ่งการยื่นขอขยายเวลาจากนายทะเบียนพรรคนั้น ง่ายและใช้เวลาน้อยกว่า การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายพรรคการเมือง

นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นข้อเสนอแนะจาก นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อความเป็นธรรมและเท่าเทียม ระหว่างพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งวิปสนช.บางส่วนเห็นว่า เรื่องความเป็นธรรมนี้ เป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ออกมาไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย แต่ทั้งนี้ วิปสนช.ก็ได้รับข้อห่วงกังวล โดยมอบให้กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธาน ทำการพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปต่อไป

เมื่อถามถึง แนวทางและกรอบเวลาการพิจารณาข้อเสนอของนายไพบูลย์และนายสุเทพ นายสมชาย กล่าวว่า จะต้องเชิญทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมาหารือ ทั้ง กรธ. กกต. ตลอดจนนายสุเทพและนายไพบูลย์ ส่วนกรอบเวลาไม่ได้กำหนดไว้ แต่จะดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งผลที่ออกมาอาจไม่ต้องแก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองก็ได้ โดยใช้การออกประกาศและข้อบังคับของกกต.แทน แต่หากต้องแก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองนั้น ก็จะต้องมีขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาในการจัดรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญด้วย ส่วนการแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง จะทำให้โรดแมปเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561 ต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ ยืนยันว่า ตอนนี้ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแมป กฎหมายเลือกตั้งส.ส. และกฎหมายเลือกตั้งส.ว. ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดวันเลือกตั้ง ก็จะเข้าสู่การพิจารณาวาระ2-3ของสนช.ในวันที่ 21-22 มกราคมนี้

เมื่อถามถึง ข้อสังเกตว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกกต. 2 คน ในสัดส่วนของศาลฎีกา อาจขัดต่อกฎหมายกกต. เนื่องจากเป็นการประชุมลับ นายสมชาย กล่าวว่า ได้ทราบข้อมูลจากสื่อ ซึ่งกระบวนการพิจารณาของสนช.ในการพิจารณาคุณสมบัติ และลงมติเห็นชอบจะเป็นไปตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

บทความก่อนหน้านี้พอ.สว.พังงา ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เกาะหมากน้อย
บทความถัดไปฝรั่งเศสมอบเครื่องราชฯ ‘กัมพล ตันสัจจา’ ผอ.สวนนงนุช 1 ใน 11 บุคคลจากทั่วโลก