กรณีกระแสข่าวกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยผลของคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงการเสียชีวิตของน้องเมย ซึ่งสาเหตุเกิดจากปัญหาสุขภาพและไม่เกี่ยวกับการถูกทำโทษ ก่อนที่รองเสนาธิการทหารจะออกมาโต้ข่าวว่า งงกับกระแสข่าวดังกล่าว เพราะผลสอบยังไม่ออก โดยจะส่งผลสอบให้ ผบ.ทสส. ในวันพรุ่งนี้ (14 ธ.ค.)
ล่าสุดมีข่าว เบื้องต้นทางครอบครัวของน้องเมยได้ทราบผลดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ก็คิดไว้แล้วว่า ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทางกองบัญชาการกองทัพไทยจะออกมาในลักษณะนี้ ซึ่งทางครอบครัวจะยังไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้แต่อย่างใด ส่วนการดำเนินคดีในชั้นศาลนั้น คงต้องรอให้น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของน้องเมยได้สอบเรื่องเรียนให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้หลังจากวันที่ 16 ธ.ค.นี้
ด้าน ผศ.สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นกรณีนี้ในเฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า
“ไม่ว่าคณะกรรมการสอบสอบสวนที่ทหารตั้งกันมาเองนั้นจะแถลงผลกันออกมาว่าไงก็ตาม .. แต่มันไม่ได้มีผลทางกฎหมายอะไรเลยนะ ก็ว่ากันมาตามที่สบายใจเถอะ ณ เวลานี้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปให้ค่าให้ราคาอะไรมาก…” เพราะในความเป็นจริงแล้ว คือ 1) กลุ่มคนที่เป็นผู้สรุปสำนวนการชันสูตร และมีผลทางกฎหมายจริงๆ คือ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามป.วิอาญา ดังที่เคยเขียนไปแล้ว ว่าถ้ากรณีปกติทั่วไปก็ คือ พนักงานสอบสวน (ตำรวจ) ในท้องที่ที่พบศพ กับ แพทย์นิติเวช แต่ถ้าเป็นกรณีตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็เพิ่มไปอีกสองฝ่าย คือ อัยการ กับ พนักงานฝ่ายปกครองเทียบเท่าปลัดอำเภอ แถม ศาล ไต่สวนการตายให้อีกที”
ผศ.สาวตรี ระบุต่อว่า “2) กรณีนี้ เหมือนจะมีคนพยายามบอกว่า ถ้ามีคนทำให้น้องเมยตาย(จริงๆ) ก็เป็นแค่รุ่นพี่ ที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน เลยจะกลายเป็นการตายกรณีปกติไป .. แต่แม้จะเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ใช่อำนาจของคณะกรรมการทหาร จะมาสรุปผลสอบ หรือทำให้ใครต่อใครไขว้เขว ..ถ้าอยากทำอะไรกัน ก็เป็นเรื่องภายในกันเอง การดำเนินคดีหรือไม่ อย่างไร นั่นเป็นอีกเรื่อง 3) ถ้าที่สุด สรุปผลการชันสูตรของฝ่ายที่เขา “มีอำนาจตามกฎหมาย” สรุปออกมาว่า น้องเมยไม่ได้ตายเอง แต่ “มีคนอื่นทำให้ตาย” เรื่องนี้เป็น “อาญาแผ่นดิน” พนักงานเจ้าหน้าที่รัฐต้องเริ่มดำเนินคดีหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ถ้าไม่ทำก็กลายเป็นการละเว้น ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ (157) ได้”
ผศ.สาวตรี กล่าวว่า “4) นอกจากนี้ ครอบครัวของผู้ตาย ก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยได้เองอีกต่างหาก 5) อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวล หากเรื่องนี้ ผู้ทำให้น้องเมยตายเป็น “ทหาร” ด้วยกัน คดีมันจะอยู่ในเขตอำนาจของ “ศาลทหาร” แทน ซึ่งอันนี้ อัยการทหารเท่านั้นที่จะมีอำนาจเป็นผู้ส่งฟ้อง และทำคดี แถมในคณะตุลาการก็มีผู้บังคับบัญชาจำเลยอีก เอาว่าถ้าจะจับตา “ผล” ของเรื่องนี้ รอตอนศาล (อาจจะเป็นศาลทหาร) เลย “

