หน้าแรก การเมือง สมชัย ฟันธง ก...

สมชัย ฟันธง กาบัตรไม่มีเลขกำกับ ไม่ใช่การลงคะแนนโดยเปิดเผย

14.12.17 | 14:45 น.

“สมชัย” ชี้เจตนารมณ์กฎหมาย ลงคะแนนโดยเปิดเผย เพื่อให้รู้ที่มาที่ไปของผู้เลือก แก้ปัญหาล็อบบี้ เป็นหลักประกันการทำงานของผู้ได้รับคัดเลือก


เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการคัดเลือกบุคคลมาเป็น กกต.จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่า ตนได้มีโอกาสรับฟังความเห็นของผู้อาวุโสสูงมากท่านหนึ่งแห่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาท่านเล่าให้ฟังว่า การที่กฎหมายใหม่กำหนดให้การลงคะแนนเพื่อคัดเลือก กกต.แบบเปิดเผย เนื่องจากว่า ต้องการให้ผู้ลงคะแนนมีความรับผิดชอบในคนที่ตนเองเลือกไป เพราะสามารถบอกได้ว่า คนที่ถูกส่งชื่อไปจากศาลนั้นใครเป็นคนเลือก หากคนนั้นไปทำหน้าที่ กกต.แล้วทำความเสียหาย เช่นไปแสวงหาประโยชน์ ไปแล้วไม่ทำงานทำงานไม่เป็น เก่งแต่เปิดงาน คนเลือกจะได้มีโอกาสร่วมรับผิดชอบด้วย

นายสมชัย ระบุว่า เช่นเดียวกับฝั่งของกรรมการสรรหา มีกรรมการสรรหาท่านหนึ่งในปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้เป็นกรรมการสรรหาครั้งที่แล้ว เคยเอาข้อมูลการลงคะแนนสรรหาในสมัยที่ตนลงสมัคร กกต.เมื่อ 4 ปีที่แล้วมาให้ดู ว่า มีการลงคะแนนกันถึง 12 รอบ จึงมีคนได้ครบ 4 คะแนน เพื่อให้ได้ กกต.ครบ 3 คนตามสัดส่วนกรรมการสรรหา โดยตนได้เข้ามาในรอบที่สี่ นายบุญส่งได้เข้ามาในรอบที่ 5 และนายประวิชได้เข้ามาในรอบที่ 12 ดังนั้นกฎหมายใหม่จึงกำหนดให้โหวตเพียงแค่สองรอบ หากไม่มีใครได้คะแนน 2 ใน 3 ให้ไปรับสมัครใหม่ และกำหนดให้ลงคะแนนโดยเปิดเผย แถมยังให้บันทึกเหตุผลแห่งการเลือกให้ชัดเจนเพื่อผูกมัดกรรมการสรรหา ไม่ให้ลงคะแนนตามใจชอบหรือตามที่ถูกล็อบบี้ หรือตามที่เจรจาแลกเปลี่ยนแบบ เธอเลือกคนของฉัน ฉันจะเลือกคนของเธอ

มาตรา 12 วรรคสาม ของ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ที่กำหนดให้การสรรหาและคัดเลือก กกต. ทั้งจากคณะกรรมการสรรหาและการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จึงเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องต้องลงคะแนนแบบเปิดเผย ซึ่งความหมายนี้แม้แต่เด็กอนุบาล ที่ปัจจุบันโรงเรียนอนุบาลเดี๋ยวนี้มีเลือกตั้งประธานนักเรียนแล้ว ก็ยังรู้ว่าการลงคะแนนโดยเปิดเผย คือ การยกมือหรือแสดงตัว ส่วนการลงคะแนนโดยลับ คือ กาบัตรใส่หีบ

Advertisement

“หากการกาบัตรที่ไม่มีหมายเลขกำกับ แล้ว เดินไปใส่หีบโดยไม่มีใครรู้ว่าใครเลือกใคร แล้วอธิบายว่า เป็นการลงคะแนนโดยเปิดเผย เนื่องจากเป็นการเดินเอาบัตรไปใส่หีบท่ามกลางสายตาของคนในห้องคะแนน คงต้องกลับไปเขียนคำอธิบายใหม่ตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมายแล้ว” นายสมชัย ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัย โพสต์เรื่องดังกล่าว ก่อนที่การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวันนี้ (14 ธันวาคม) จะเลื่อนการพิจารณาเรื่องการสรรหา กกต. หลังสมาชิก สนช. ตั้งข้อสังเกตการคัดเลือก กกต. สายศาลฎีกา และมีมติให้ประธาน สนช. ทำหนังสือสอบถามประธานศาลฎีกาถึงขั้นตอนการคัดเลือกดังกล่าวว่าเป็นไปตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. มาตรา 12 วรรคสามหรือไม่