เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้สมควรเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวนสองคนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาออกมาโดยต่อเนื่อง และมีหลายฝ่ายให้ความเห็นไปในทางที่แตกต่างกัน ตนจึงได้ศึกษาข้อกฎหมายในเรื่องดังกล่าวตามไปด้วย และพบว่า มีประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายและวิธีปฏิบัติเกิดขึ้นแล้ว และยังไม่ได้ข้อยุติ
นายเรืองไกรกล่าวว่า การคัดเลือก กกต.ใหม่ทั้งสองคนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้น ขณะนี้เรื่องได้เลยไปถึงขั้นตอนการพิจารณาของ สนช.แล้ว แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นค้างคาไว้โดยไม่มีการตรวจสอบให้ยุติเสียก่อน พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการลงคะแนนคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเช่นเดียวกับที่เป็นข่าว คือ อาจไม่ได้ลงคะแนนโดยเปิดเผยตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 12 วรรคสาม กำหนดไว้
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับผู้ที่ลงคะแนนคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามมาอีก เพราะมาตรา 12 วรรคห้า บัญญัติว่า “ผู้ซึ่งจะได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของผู้พิพากษาในศาลฎีกา” กรณีนี้จึงมีปัญหาตามมาว่า ผู้พิพากษาในศาลฎีกาทั้งหมดได้มาใช้สิทธิลงคะแนนคัดเลือกจริงหรือไม่ หรือจำกัดไว้เพียงผู้พิพากษาที่มีสิทธิเข้าประชุมใหญ่เท่านั้น
นายเรืองไกรกล่าวว่า ยังมีประเด็นตามมาอีกซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับระเบียบประธานศาลฎีกา ที่ออกมาใช้ในการคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้น อาจไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่อ้างถึงให้อำนาจรองรับไว้ และระเบียบดังกล่าว ไม่พบว่ามีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือไม่ ด้วย เรื่องนี้จึงมีความจำเป็นต้องรีบยื่นเรื่องให้ประธาน กกต. คนเดิม ที่รักษาการอยู่ตามกฎหมาย ทำการตรวจสอบว่า การประชุมใหญ่ศาลฎีกาดังกล่าวเป็นการประชุมโดยเปิดเผย หรือไม่ มีผู้พิพากษาในศาลฎีกามาใช้สิทธิลงคะแนนครบถ้วน หรือไม่ และระเบียบที่ใช้ในการคัดเลือก กกต. ใหม่ ของศาลฎีกาออกโดยชอบ หรือไม่ โดยจะไปยื่นเรื่องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ ในวันที่ 18 ธันวาคม เวลา 10.00 น.

