เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวถึงข้อเสนอให้แก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า กฎหมายดังกล่าวสนช.ได้ผ่านและประกาศใช้ไปแล้ว ดังนั้นการจะแก้ไขหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้บังคับใช้กฎหมาย คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนข้อเสนอที่หลายฝ่ายเสนอให้แก้ไขนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องเสนอมายังสนช. แต่สนช.จำนวน 25 คน ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอขอแก้ไขกฎหมายได้ แต่จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน ดังนั้นการที่สนช.จะแก้ไขเองจึงเป็นไปได้ยาก เพราะกฎหมายพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ต้องให้ฝ่ายบริหารคือรัฐบาลเป็นผู้เสนอ ส่วนข้อเรียกร้องของพรรคการเมืองเรื่องการปรับฐานสมาชิกสนช.ก็ได้เขียนกฎหมายเปิดช่องไว้แล้ว พรรคการเมืองสามารถขอขยายเวลากับกกต.ได้ หากติดขัดรัฐบาลคสช.ก็สามารถออกเป็นคำสั่งคสช.แก้ไขได้ โดยเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับสนช.เลย
นายพีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอที่ให้ส.ส.ไม่สังกัดพรรคนั้น จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คนที่จะเสนอแก้ก็ควรจะเป็นรัฐบาล ไม่ใช่สนช. เรื่องที่เกิดขึ้นมีทางออกอยู่แล้ว เพราะยังมีมาตรา 44 ในการแก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งคสช.เดิม อีกทั้ง การแก้ไขกฏหมาย จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรคสอง ที่ระบุชัดว่า ต้องรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การแก้ไขกฎหมายต่างๆ จึงไม่ใช่การสมคบคิดหรือไม่ให้คนอื่นรับรู้ เพราะจะขัดรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลจะเสนอแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง แน่นอนว่า ต้องรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมือง ไม่มีการมุบมิบ

