พล.อ.อ.ประจิน บินกัมพูชา เป็นผู้แทนรัฐบาลไทย มอบ 38 ล. สร้างศูนย์ฝึกอาชีพ-บำบัดผู้ติดยา

17.12.17 | 15:25 น.

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. นายชลัยสิน โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นพ.สรายุทธ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เดินทางไปยังกระทรวงมหาดไทย กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ พล.อ.อ.ประจินเป็นผู้แทนรัฐบาลไทย มอบเงิน จำนวน 38,011,400 บาท ให้กับประเทศกัมพูชา เพื่อใช้ในการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ ณ อำเภอสตึงฮาว จังหวัดพระสีหนุ

ภายใต้ “โครงการเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือด้านบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดกับประเทศกัมพูชา” โดย นายเกา คอนดารา รักษาการประธานคณะกรรมการต่อสู้ยาเสพติดแห่งชาติ แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (เทียบเท่ารัฐมนตรี) เป็นผู้แทนฝ่ายกัมพูชารับมอบความช่วยเหลือดังกล่าว ทั้งนี้ สืบเนื่องจากต้นปี 2560 รัฐบาลกัมพูชาได้เปิดปฏิบัติการรณรงค์ต่อสู้ยาเสพติดแห่งชาติ ส่งผลให้ผู้ต้องการเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดมีจำนวนสูงขึ้น ในขณะที่ขีดความสามารถในการให้บริการด้านดังกล่าวไม่สามารถรองรับได้ จึงได้ร้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย และ ครม.ได้พิจารณาอนุมัติสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารของศูนย์ฯ จำนวน 4 อาคาร ประกอบด้วย อาคารบริการสุขภาพ อาคารผู้ป่วยชาย อาคารผู้ป่วยหญิง และอาคารฝึกอาชีพผู้ป่วยชาย ทั้งนี้ กัมพูชายังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนที่ได้มาจากการยึดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติด จากการบริจาคของภาคเอกชน และประชาชน รวมถึงจากประเทศภาคีอื่นๆ  ด้วย


พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือของไทยแก่กัมพูชาในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดและลดผลกระทบของยาเสพติด รวมถึงปัญหาด้านสาธารณสุข การลักลอบข้ามแดน และอาชญากรรม โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่ติดกับไทย และเป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีนโยบายในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน เน้นการพัฒนาอย่างเท่าเทียม และเกื้อกูล โดยจะไม่ทิ้งประเทศเพื่อนบ้านใดไว้ข้างหลัง และยังเป็นการปกป้องประเทศในอาเซียนให้ปลอดภัยจากยาเสพติด ตามเป้าประสงค์ของแผนปฏิบัติการอาเซียนเพื่อประชาคมอาเซียนปลอดภัยจากยาเสพติด ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2559-2568) อีกด้วย โดยในการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat-JCR) ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 3 ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีในหลักการสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ฯ ดังกล่าวนี้ ต่อสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตามที่ได้ร้องขอและเป็นที่มาของการส่งมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้

จากนั้นเวลา 14.00 น.พล.อ.อ.ประจินได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จกลาโหม ซอร์ เค็ง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแห่งกัมพูชา และได้หารือร่วมกัน โดยไทยยินดีต่อความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศไม่เฉพาะด้านยาเสพติด แต่รวมถึงด้านความมั่นคงและมิติอื่นๆ ยืนยันนโยบายของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยินดีสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติให้กับกัมพูชา รวมถึงการสนับสนุนให้ความช่วยเหลือในด้านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ที่ทางกัมพูชาต้องการ ส่งเสริมกรอบความร่วมมือที่มีอยู่ อาทิ หมู่บ้านคู่ขนานสีขาว สำนักงานประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัยของกัมพูชา รวมถึงประเด็นความห่วงใยของกัมพูชาเกี่ยวกับแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย โดยได้ให้ความมั่นใจกับกัมพูชาว่านายกรัฐมนตรีของไทยกำชับให้มีการดูแลแรงงานต่างประเทศให้ดีที่สุดอยู่แล้ว โดยสมเด็จกลาโหม ซอร์ เค็ง ได้แสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนในด้านต่างๆ ของรัฐบาลไทย และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อไปในอนาคต

Advertisement

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีพิธีส่งมอบความช่วยเหลือฯ ดังกล่าว เมื่อวันที่ 13-14 ธันวาคม 2560 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนจากกรมการแพทย์ รวมถึงผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้ร่วมกันลงพื้นที่และรับฟังการบรรยายสรุปความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ ณ อำเภอสตึงฮาว จังหวัดพระสีหนุ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมี พลตำรวจเอก เมียะ วริศ เลขาธิการ NACD ราชอาณาจักรกัมพูชา ได้นำเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้าง และพลตำรวจโท ทอง สุคนธ์เธีย รองเลขาธิการ NACD ได้บรรยายสรุป ศูนย์บำบัดฯ แห่งนี้มีพื้นที่รวม 20 เฮคเตอร์ คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในปี 2561 โดยอาคารที่สร้างเสร็จในระยะแรกนี้ คาดว่าจะสามารถรองรับผู้ติดยาเสพติดได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย