เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 40 ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผย ว่า เท่าที่ดูโดยภาพรวมแล้วโครงสร้างอำนาจตลอดจนเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ. นี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองประเทศที่ไม่เน้นความเป็นประชาธิปไตยแต่ประการใด สามารถสรุปสาระสำคัญ ได้ 8 ประการ คือ 1.อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยแต่เพียงในนามที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในมาตรา 3 ของร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น แม้แต่สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นองค์กรเดียวที่ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งก็เป็นเสมือน “ลูกไก่ในกำมือ” ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ
นายคณิน กล่าวต่อว่า 2.พระมหากษัตริย์ซึ่งทรงเป็นประมุขของปวงชนชาวไทย ไม่สามารถที่จะทรงใช้อำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ได้โดยตรง เพราะทุกอย่างที่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ได้ดำเนินการจนครบถ้วนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแล้ว ยังต้องผ่านการตรวจสอบและกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง หรือถึงขั้นถูกยับยั้งมิให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ 3.ผู้ใช้อำนาจอธิปไตยทั้งสามอย่างเป็นรูปธรรมตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้แก่ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ซึ่งล้วนมาจากการแต่งตั้ง และรวมกันเป็นคณะบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ อันเป็นวิธีการที่ใช้กันใน ระบอบคณาธิปไตย 4.คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระใช้ หน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ หลักนิติธรรม มาตรฐานทางจริยธรรม การปราบปรามการทุจริต และการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เป็นข้ออ้างในการควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ซึ่งเป็นสามอำนาจอธิปไตยของชาติมาแต่ไหนแต่ไร
นายคณิน กล่าวต่ออีกว่า 5.อำนาจประชาชนถูกลดทอนลงจนเกือบจะเหลือศูนย์ ไม่เฉพาะแต่อำนาจทางการเมืองเท่านั้น แม้แต่เรื่องสิทธิเสรีภาพก็ยังต้องขึ้นอยู่กับว่า “รัฐ” จะให้ได้แค่ไหน ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จะตกต่ำและย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เพราะทั้งการตรากฎหมายของรัฐสภา การบริหารประเทศของรัฐบาล ตลอดจนการอำนวยความยุติธรรมของศาล ตกอยู่ในความควบคุมโดยองค์กรที่มาจากการแต่งตั้ง และระบบราชการที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ที่สำคัญประชาชนตรวจสอบไม่ได้ 6.สภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรี ซึ่งยึดโยงและรับผิดชอบต่อประชาชน มีอำนาจแต่เพียงในเชิงสัญลักษณ์ ปราศจากบทบาทแท้จริง ทั้งในทางนิติบัญญัติและบริหาร มิหนำซ้ำยังต้องกลายเป็น ลูกไก่ในกำมือ ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระอีกต่างหาก 7.นายกรัฐมนตรีที่มาจาก ส.ส. จะถูกกำจัดพร้อมคณะรัฐมนตรี รวมทั้ง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ในระยะเวลาอันสั้น และถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต เว้นเสียแต่ว่าจะทำตัวเป็นเด็กดี ในสายตาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ซึ่งเท่ากับถูกบีบบังคับให้ทอดทิ้ง และลอยแพประชาชนไปโดยปริยาย
อดีตส.ส.ร.กล่าวอีกว่า 8.ที่มาและองค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ศาลปกครองสูงสุด กกต. ป.ป.ช. คตง. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีบทบาทสูงสุดใน กระบวนการยติธรรมทางการเมือง ล้วนยึดโยงกับศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด และวุฒิสภา ที่มาจากการแต่งตั้ง อย่างแยกไม่ออก และดังนั้น จึงจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง กระบวนการยุติธรรม และผลประโยชน์ของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

