ไม่เพียงแต่ดินฟ้า “อากาศ” จะเริ่มหนาวเย็น หากแต่บรรยากาศในทาง “การเมือง” ก็เริ่มยะเยียบลงตามลำดับ
ขอให้ดูจาก “พรรคประชาธิปัตย์”
เริ่มจากการขยับของ นายชวน หลีกภัย ตีตรงไปยังรายได้ของชาวภาคใต้ที่ลดลง
เหมือนกับเน้น “ภาคใต้” โดยเฉพาะ
ตามมาด้วยการออกโรงของ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ควบไป กับ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์
จี้ไปยังความคิดแก้ไขพรป.ว่าด้วย”พรรคการเมือง”
จากนั้นเป็นการทิ้งระเบิดว่าด้วย”พรรคทหาร”ระบุเป็นบทบาทของ “ลุง” คนหนึ่งที่อาสาไปหลอกต้ม”คสช.”
แล้วก็ปิดท้ายด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์จะมุ่งเปิดโปงและโจมตีขบวนการใน การแก้ไขพรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองเท่านั้น
ไม่ใช่หรอก
บรรดาชื่ออย่าง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เสมอเป็นเพียง “เป้าหลอก”
ตัวจริง เสียงจริงอยู่ที่บรรดา”ลุง-ลุง”
ไม่ว่าจะเป็น “ลุงกำนัน” แห่งมวลมหาประชาชน ไม่ว่าจะเป็น
“ลุงคสช.”ที่กำลังกลายเป็นเหยื่อ
ล้วนตกเป็น”เป้า” ของลี้คิมฮวงแห่ง “ประชาธิปัตย์”
เพราะยุทธการครั้งนี้มิได้แสดงเดี่ยว ตรงกันข้าม มาเป็นทีม มาเป็นระบบ มาเป็นกระบวนและขบวน
เท่ากับเป็นการ”ดับเครื่องชน”
ยิ่งบรรดา”ทหารใหญ่ คสช.”ขยันเดินสายออก”ต่างจังหวัด”มากเพียงใด ยิ่งเผยให้เห็นเป้าหมายในทางการเมือง
บ่งบอกผ่าน 4 คำถาม ตามด้วย 6 คำถาม
บ่งบอกผ่านการไม่ยอม”ปลดล็อก”แม้ว่าจะประกาศและบังคับใช้พรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2560 เป็นต้นมา เท่ากับต้องการเคลื่อนไหวเพียงฝ่ายเดียว
นั่นก็คือ เป็นการเคลื่อนไหวของด้านคสช.ของด้านรัฐบาล ขณะที่ส่วนอืน ฝ่ายอื่นไม่สามารถขยับได้
เช่นนี้มีหรือที่”ประชาธิปัตย์”จะงอก่อ งอขิง

