เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 19 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี
ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ ว่า “สวัสดีปีใหม่ ปีใหม่นี้ขอให้เป็นปีขอให้คนไทยทุกคนมีความหวัง มีส่วนร่วมในอนาคตซึ่งกันและกัน ถือเป็นความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยของประเทศ ถือเป็นเป้าหมายหลักของคนไทยทุกคน เพื่อความสุขที่ยั่งยืน ขอให้ทุกคนมีอาชีพ มีรายได้มีเงินทองที่พอเหมาะพอควร มีความเหมาะสมในการดำรงชีวิต เป็นสิ่งที่รัฐบาลคาดหวังและเชื่อว่าเป็นความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศเช่นกัน ในส่วนของคนรวยก็ต้องทำดีเพื่อสังคมให้มากขึ้น เสียสละให้มากขึ้น การประกอบการธุรกิจก็ขอให้คำนึงผู้มีรายได้น้อยด้วยว่าควรจะมีส่วนแบ่งในรายได้จำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นการลงทุนโดยเสรีจะไปบังคับกันไม่ได้
สิ่งที่ผมอยากฝากในวันนี้คือแนวพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ทรงรับสั่งว่า ให้ทำแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาดำรงชีวิตในเรื่องของความพอเพียง ซึ่งความพอเพียงแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะภาระ อาชีพ ไม่เท่ากัน เราจึงต้องทำให้ทุกอาชีพมารายได้ที่เพียงพอและทุกคนควรทำความดีให้มากยิ่งขึ้น สร้างความสงบให้มากยิ่งขึ้น เวทีก็จะเปิดกว้าง ถ้ายังขัดแย้งกันมากๆ อะไรก็เข้ามาไม่ได้ทุกคนจึงต้องมีส่วนทำความดีไม่เฉพาะแค่ปีใหม่เท่านั้น ต้องทำดีทุกวันแค่นึกถึงคนอื่นก็เป็นความดีเป็นกุศลแล้ว แต่ถ้าเราทำความดีมากยิ่งขึ้นชวนลูกหลานทำประโยชน์เพื่อสังคม แค่เก็บถุงพลาสติกไปทิ้งถังขยะก็ถือว่าทำความดีแล้ว ถ้า 70 ล้านคนช่วยกันเก็บ ขยะก็จะหมดไป 70 ล้านชิ้น การทำความดีทำได้ทุกโอกาสตลอดเวลาแม้แต่ตอนนอน สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลขอพรพระก็เป็นความดีแล้ว ทำอย่างไรจะลดความขัดแย้งของเราให้ได้ การเมืองก็คือการเมือง หลายประเทศเขาแยกออกว่าอะไรคือการเมืองอะไรคือเศรษฐกิจหรือเรื่องความมั่นคงต้องแยกให้ได้ เราจึงต้องสร้างสังคมคนรุ่นใหม่ที่ต้องไปด้วยกันทั้งหมด ผมไม่ได้รังเกียจใครสักคน อยากจะบอกว่าขอบคุณทุกคนที่เข้าใจเรา สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจเราก็จะพยายามทำให้มากยิ่งขึ้น ปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นมายาวนานมาก การแก้ปัญหาบางครั้งมันมีการทับซ้อน เช่น การค้าขายในบางพื้นที่อย่างกรณีที่ย่านประตูน้ำก็ต้องไปดูที่กฎหมายและสุดท้ายรัฐบาลก็จะเข้าไปแก้ไขให้ต้องทำทุกอย่างให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรม”

