วันนี้ (19ธ.ค.) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กเปิดเผยกรณีการร้องเรียนให้ป.ป.ช.เปิดเผยเอกสาร ตามที่ร้องขอ ระบุว่า
หลังจากที่ ป.ป.ช.มีมติไม่รับเรื่องที่ผมกล่าวหา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม บรรจุนายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน สังกัดกองทัพภาคที่ 3 ไว้พิจารณา และกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติไม่รับเรื่องที่ผมกล่าว เจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดกระทรวงกลาโหม กระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ในการดำเนินโครงการอุทยานราชภักดิ์ ไว้พิจารณา
ผมจึงทำหนังสือถึงป.ป.ช. เพื่อขอทราบผลรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคน ที่รับผิดชอบในเรื่องที่กล่าวหา และรายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวหา
ป.ป.ช. ไม่ยอมให้เอกสารทั้ง 3 รายการที่ผมขอโดยตอบว่า “ปฏิเสธไม่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 15(2) (4) และ (6) แห่งพระราบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540”
เมื่อ ป.ป.ช. ปฏิเสธไม่ให้เอกสารกับผมโดยอ้างเหตุผลที่ไม่สามารถยอมรับได้ ผมจึงทำเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานข้อมูลข่าวสารของราชการ
ต่อมาคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฏหมาย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีคำวินิจฉัยที่ สค 225/2560 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 และคำวินิจฉัยที่ สค 226/2560 ลงวันที่ 10 พฆศจิกายน 2560 ให้สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามที่ผมร้องขอ พร้อมทั้งให้สำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง
ดังนั้นในวันนี้(19 ธ.ค 60) ผมจึงเดินทางมาพบเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อขอรับเอกสารทั้งหมดทั้ง 2 เรื่อง ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลฯ ได้มีคำสั่งให้สำนักงาน ป.ป.ช. ต้องปฏิบัติตาม
แต่ปรากฎว่าทางสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งนายวณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักบริการฯ มาแจ้งกับผมว่ายังให้เอกสารทั้งหมดไม่ได้ ต้องรอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเสียก่อนว่าจะให้ผมหรือไม่ ซึ่งไม่ทราบว่าจะมีมติเมื่อใด ให้ผมรอโดยไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เชื่อได้ว่าการทำงานของ ป.ป.ช. ขาดหลักธรรมาภิบาล ไม่มีความโปร่งใส และไม่ยอมรับการถูกตรวจสอบจากภาคประชา สังคม ป.ป.ช. สามารถตรวจสอบคนอื่นได้หมด แต่กลับดื้อดึงไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย และคำสั่งที่ชอบด้วยกฏหมาย เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดเสียเอง
แม้จะมีปัญหาอุปสรรคมากมายเพียงใด ผมก็ไม่หยุดที่จะเดินหน้าตรวจสอบ เพื่อให้เกิดการลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด จนถึงที่สุด ผู้ที่กระทำความผิด ทุจริตคอร์รัปชัน ต้องถูกตรวจสอบและลงโทษ อย่างเสมอภาคกัน ไม่มีการยกเว้นให้แก่ผู้ใดทั้งสิ้น
ขอให้ประชาชนที่รักชาติช่วยกันเกาะติดเรื่อง ดังกล่าวทั้งหมดนี้ด้วยกันนะครับ อย่าปล่อยให้ผมต้องทำหน้าที่นี้เพียงลำพัง เราต้องช่วยกันปกป้องรักษาผลประโยชน์ ของชาติและประชาชนด้วยกันตลอดไปนะครับ

