เหมือนกับว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาปฏิเสธ เมื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกมาปฏิเสธ
กรณี”พรรคทหาร” ก็ “จบ”
ยิ่งสำทับด้วยการปฏิเสธของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประสานเข้ากับการปฏิเสธของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ทุกอย่างก็ “เรียบโร้ย”
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตลอดจน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อาจจะรู้สึกแปลกใจที่ยังจะมีคำถามจากนักข่าว
วนเวียนอยู่กับ”พรรคทหาร” ไม่ยอมไปไหน
เหมือนกับเรื่อง “นาฬิกา” เหมือนกับเรื่อง “เลือกตั้ง”
ต้องยอมรับว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะอยู่ในเดือนธันวาคม 2560 ผ่านสถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มา 3 ปีกว่าแล้ว
ยิ่งใกล้เดือนพฤศจิกายน 2561 ยิ่ง “เข้ม”
ขณะเดียวกัน หากเริ่มต้นจากเดือนพฤศจิกายน 2560 ไปยังเดือนพฤศจิกายน 2561
ก็เป็นเวลาเพียง 1 ปี เร็วอย่างยิ่ง
เป็นความเร็วที่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง
อันส่งผลให้เกิดการปรับครม.”ประยุทธ์ 5″
เป็นการลาออกเนื่องจากความไม่พอใจในการใช้อำนาจตาม มาตรา 44 เพื่อย้ายข้าราชการในสังกัด
ขณะที่ในเดือนธันวาคม 2560 มีการใช้”มาตรา 44″
เพื่อที่ไม่ยอมให้พรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองสามารถ”บังคับ”ใช้อย่างเต็มภาคภูมิ
ทั้งๆที่ประกาศมาแล้ว 2 เดือน
พลันที่แกนนำสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเอ่ยถึงกระบวนการแห่ง “พรรคทหาร”
นั่นก็คือ “เมล็ดพืช” ได้รับการ”หว่านพันธุ์”แล้ว
การสมคบคิดระหว่าง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในการเล่นบท”สมิงพระราม”อาสาในเรื่อง”พรรคทหาร”จึงมีน้ำหนักอย่างยิ่ง
มีน้ำหนักท่ามกลางเสียงปฏิเสธจาก”ทหาร”

