หน้าแรก การเมือง สมคิด ลั่นปีห...

สมคิด ลั่นปีหน้าโอกาสไทย ทั้งการเมือง-เศรษฐกิจ ยันไม่นั่งพรรคไหน ขอกำลังใจ1ปีที่เหลือ

20.12.17 | 21:35 น.

“สมคิด” มองปีหน้าโอกาสประเทศไทยทั้งเศรษฐกิจและการเมือง แนะพรรคการเมืองดึงคนรุ่นใหม่เข้าร่วม-เตรียมพร้อมสำหรับเลือกตั้ง ขอกำลังใจคนทำงาน 1 ปีที่เหลือ ยันไม่นั่งพรรคไหนแก่แล้วขอเลี้ยงหลาน”

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม เวลา 19.00 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “โอกาสประเทศไทยปี 2018” ที่รอยัล พารากอกอน ฮอลล์ 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ว่า คำว่าโอกาสนั้น หายไปจากพจนานุกรมของประเทศไทยนานพอสมควร ผมเริ่มเห็นประเทศไทยผิดปกติตั้งแต่ ปี 2540 ตอนหนี้สิ้นเป็นล้านล้าน แบงก์ล้มไฟแนนซ์ปิดตัว จากนั้นปี 2546 มีไข้หวัดนกรุนแรง ฆ่าไก่จำนวนมาก ปีเดียวกันนี้เกิดเหตุการณ์ซึนามิ คนตายมากมายปี 2547 เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร เป็นจุดหักมุมที่สังคมขัดแย้งรุนแรง ปี 2551 เกิดวิกฤตการเงินโลก อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ไทย ติดลบ 0.8% ปี 2554 การเมืองกลับมาร้อนแรง และเกิดน้ำท่วมใหญ่ และเกิดปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้ง ในปี 2557 แค่ย้อนกลับไปคิดถึงความหลังเหล่านั้นก็เหนื่อย คนไทยทะเลาะกัน ความเชื่อมั่นหาย นักลงทุนไม่มา นักท่องเที่ยวเที่ยว ไม่มีแสงสว่างปลายอุโมงค์ คนมองโลกแง่ร้ายระบบราชการเบี้ยวบูด ข้าราชการไม่อยู่กระทรวง เพราะไม่กล้าเซ็นหนังสือ เรียกว่าเป็นทศวรรษที่สูญหาย เราเกือบเป็น fail state แต่วันนี้ไอเคโอปลดธงแดง ไอยูยูปลดธงเหลือง รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องจับตามอง จากเดิมที่สหภาพยุโรป(อียู)เป็นตัวตั้งตัวตีบอยคอตไทย วันนี้กลับมาเกี่ยวโยงทางการเมืองกับไทยทุกระดับ บอกว่าสามารถลงนามเอฟทีเอได้เมื่อไทยมีเลือกตั้ง เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้ร้องขอเขา นั่นคือประโยชน์ของเขา แต่ที่เราต้องการคือความเป็นมิตร เพราะศักดิ์ศรีของประเทศสำคัญมาก

“หลายสิ่งหลายอย่างที่รัฐบาลนี้ทำกันมา อาจจะยังไม่สมบูรณ์พร้อมฟังคำแนะนำ ติฉินนินทา คำบิดเบือนและพร้อมให้อภัย เพราะ เดิมการเมืองอภิปรายผ่านสภา แต่ยุคโซเชียลมีเดีย มีการอภิปรายทุกวัน แต่คนถูกแอทแทคไม่สามารถตอบโต้ได้ ซึ่งการทำการเมืองยากกว่าสมัยก่อนมาก อย่างไรก็ตาม เราต้องมีจิตเป็นธรรม ทุกคนมีดีมีชั่ว มีแข็งมีอ่อน ขณะนี้ประเทศไทยดูไม่ได้มีต่างชาติไม่ได้เข้ามาแทรกแซง จึง to be fair สะท้อนว่ายังมีอะไรที่ดีขึ้น เมื่อมันดีขึ้น เป็นโอกาสของเรา ครั้งนี้เรามีโอกาสแล้ว เราเหลือเวลา 1 ปี หรือ 1 ปีเศษ ผมทำนายไม่ได้ ขึ้นกับ คสช. แต่อย่างน้อยที่สุดภูมิรัฐศาสตร์เปิดให้เรา ความเจริญมาทางเอเชียแล้ว ทุกคนพูดถึง จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ทุกประเทศเหล่านี้โยงมาอาเซียน เพราะเป็นซัพพลายเชนสำคัญและเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญ ทั้งทางบกปละทางทะเล” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า โอกาสเกิดขึ้นเองโดยภูมิรัฐศาสตร์ เรากับจีนสัมพันธ์แน่นหนา กับญี่ปุ่นแน่นแฟ้น กับอินเดียและรัฐเซียก็ดีต่อกัน และยังเกื้อกูลกับอาเซียน ในที่สุดอเมริกา อียูก็มา เมื่อโอกาสเปิดเราต้อง create oppatunity ทำให้โอกาสเป็นความจริง ปีหน้าเป็นปีที่สำคัญมา หลังจากนี้มีการเลือกตั้ง เราจะเดินสายไปยุโรป ฝรั่งเศส และไล่ไปยังประเทศอื่นๆ ไม่สนเอฟทีเอ แต่จะเน้นเป็นพาร์ทเนอร์ชิฟ รวมทั้งตะวันออกกลาง เอเชียอื่นๆ จะใช้ประโยชน์เต็มที่ ไทยจากเดิมในอาเซียนจากประเทศไม่มีความหมายพยายามชูธงร่วมกับคนอื่น เราจะมีเสียงดังมากขึ้นและใช้เน็ตเวิร์คที่มีอยู่ให้เกิดแระโยชน์

“ตอนนี้เศรษฐกิจโต 4.3% ปฏิเสธไหมว่าดีขึ้น แม้หลายสิ่งหลายอย่างยังไม่ดีขึ้น เช่น สินค้าเกษตร ราคายางตก เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ขณะนี้ยอดขายค้าปลีก เดอะมอลล์ เซ็นทรัล ดีลอสังหาริมทรัพย์ เริ่มมีการลงทุน ส่งออกล่าสุดโต 13.3% กำลังประกาศพรุ่งนี้ ถ้ามูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้ส่งออกปีนี้โต 10% ซึ่งจะส่งผลให้การผลิตลงทุนเกิด ทั้งนี้ ถ้าอัดฉีดรากหญ้าได้ ทั้ง อัดฉีดภาคเกษตร แบงก์รัฐรับนโยบายให้ช่วยเหลือคนตัวเล็ก กระทรวงพาณิชย์ต้องช่วยคนตัวเล็กให้ส่งออกได้ เพราะผู้ส่งออกรายใหญ่เก่ง ไม่งั้นค่าเงินบาทแข็งขนาดนี้เขาน็อกไปแล้ว ดังนั้น ไตรมาสแรกปีหน้าสำคัญที่สุดเมื่อจะเทคออฟอย่าให้มีอะไรมาสกัด ปีหน้าจะเป็นปีที่ดีทางเศรษฐกิจ เกี่ยวข้องตลาดทุนด้วย ตอนนี้ ทะลุ 1,700 จุด ปีหน้าตลาดหุ้นจะร้อนแรง จากเศรษฐกิจโลกดี เอเชียดี เป็นโอกาสเอกชนเพิ่มทุน เพราะโอกาสมันหายไปหายปี ปีหน้าที่บริษัทไหนเข้าตลาดเพิ่มทุนได้เฮงสุดๆ“ นายสมคิดกล่าว

Advertisement

นายสมคิด กล่าวอีกว่า สิ่งแรกที่อยู่ในใจผมที่เป็นคนมาทำงานให้ประเทศ ผมอยากทำให้คนจน เพราะคนในเมืองก็โตมาจากคนจน ผมเกิดเยาวราช พี่น้องสิบคน รู้ว่าคนจนต้องดิ้นรน เมื่อมีโอกาสก็อยากตอบสนองเขา ตอนนี้ผมได้รัฐมนตรีว่าการกระทรงงการคลังมาช่วย มีแบงก์รัฐ กระทรวงเกษตรรับนโนบายชัดเจน พยายามประคองไม่ให้ราคาตกต่ำผิดสังเกต หากพบว่าผิดปกติจะเอาไปเป็นสินค้าควบคุมเพื่อให้สามารถดูแลได้ ตอนนี้ราคายางตกต่ำโทษรัฐบาล แต่ 15 ปีที่แล้ว ยางมีแต่ปลูกที่ภาคใต้ แต่ต่อมาปลูกเพิ่มที่อิสาน เหนือ ซัพพลายยางมีมาก แต่ที่ตลาดโลกราคาสินค้าตกต่ำเพราะน้ำมันถูก จะบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่ทำอะไรเลยต้องคิดให้แฟร์ ดังนั้น ได้คุยแล้วกระทรวงการคลัง ธกส. และกระทรวงเกษตร ไม่ได้หนุนให้โค่นยาง แต่จะให้เงินอุดหนุนหากโค่นยาง และส่งเสริมให้การทำเกษตรผสมผสาน มีเลี้ยงไก่เลี้ยงปลา ด้านการท่องเที่ยวต้องเปลี่ยนนโนบาย ส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้น สร้างแกล่งท่องเที่ยวชุมชน กระทรวงพาณิชย์พาณิชย์หน้าที่หาตลาด ที่สำคัญ ภาครัฐต้องไม่มองว่าคนจนเป็นภาระ ต้องมองว่าเป็นทรัพย์สิน ถ้าสามารถทำให้เขามีศักยภาพจะมีมูลค่ามหาศาล ทั่งนี้ คนจนอย่าว่าความจนคือกรรม ทำอะไรไม่ได้ต้องให้รัฐบาลป้อน ต้องดิ้นรนมองหาโอกาส

“อีกโอกาสที่สำคัญ ไม่ปลายปีหน้าหรือต้นปีนู้นจะมีการเลือกตั้ง เป็นโอกาสของทุนคน พรรคการเมืองที่มีอยู่ใช้เวลานี้คิดนโยบาย รวบรวมคนดี มีเก่ง หากนโยบายดีมีหรือที่คนจะไม่เลือกคุณ อยากจะเห็นพรรคมากขึ้นดึงคนรุ่นใหม่เข้ามา ยิ่งมีพรรคมากยิ่งดี พรรคเก่าที่มีอยู่ต้องพัฒนา พรรคใหม่ที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่พรรคของคนอายุ 60-70 ปี เป็นพรรคคนรุ่น 30-40-50 ปีแค่ถ้าคนส่วนใหญ่พูดว่าการเมืองผมไม่เกี่ยว แต่พอคนเข้ามาทำไม่ดีก็ด่า ซึ่งในสังคมประชาธิปไตย พรรคการเมืองต้องเก่ง สู้กันในระบบ นี้คือโอกาสอันยิ่งใหญ่คนรุ่นหลังต้องยืนขี้นมา เราเสียเวลาไปเยอะแล้ว ขณะนี้การแข่งขันในเวทีต่างประเทศรุนแรงมาก อย่างไรก็ตาม ของแบบนี้ต้องร่วมมือร่วมใจ เราต้องเปิดใจกัน เป็นมิตรกัน มีเดียก็ต้องสื่อความให้เข้าใจ ไม่ใช่มีแต่เฟคนิวส์” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวปิดท้ายว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้นำอย่าไปรังเกียงเขา ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ทหาร ทนายความ อาจารย์ ทุกคนมีสิทธิ์ได้ทั้งนั้น ถ้าเขาเป็นคนดีและทำได้ดีพอ ตอนนี้ ผมมีรมต.คลัง รมต.อุตสาหกรรม รมต.พลังงานที่รู้เรื่องพลังงาน ทีมกระทรวงเกษตร 3 คน คมนาคม มีรมต. ซื่อสัตย์ และรมช. คมนาคม ผมถามท่านว่า พลิกชื่อคณะรัฐมนตรี 15 ปีย้อนหลังมีแบบนี้ไหม แทนที่จะว่าเขาต้องให้กำลังใจเขา เขามีเวลา 1 ปี อยากให้ให้กำลังใจ เพราะหมดเวลาก็แล้วแต่เขาจะทำไม่ทำต่อ ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของคณะรัฐมนตรีแค่ 34 คน ต้องช่วยกันทุกคน ส่วนกรณีข่าวลือต่างๆ ว่าจะไปนั่งที่ไหน อย่าไปซีเรียสเลย เพราะผมแก่แล้ว ขอเลี้ยงหลานเถอะ