“สมชัย” เผย 69 พรรคได้รับอานิสงส์ ม.44 หวังแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ

22.12.17 | 18:13 น.

“สมชัย” หวัง ม.44 แก้ปัญหาพรรคการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ เผย 69 พรรคจะได้รับอานิสงส์ไม่ต้องยื่นขอขยายระยะเวลาแจ้งปรับฐานข้อมูลพรรคในกรอบ 90 วันที่จะครบในวันที่ 5 ม.ค. 61 เตือน กกต.ใหม่ตัดสินเรื่อง 150 วันให้ดี 

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่าได้ลงนามคำสั่งตามมาตรา 44 แก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง บางมาตราเพื่อขยายเวลาให้พรรคการเมือง สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ที่กฎหมายกำหนดกรอบให้ต้องดำเนินการ ว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นคำสั่งดังกล่าวว่าจะออกมา มีเนื้อหา หรือหน้าตาเป็นอย่างไร คาดว่าคำสั่งที่ออกมาจะแก้ปัญหาในส่วนกรอบกิจกรรมที่กฎหมายกำหนดว่าหลัง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ พรรคการเมืองจะต้องแจ้งการเปลี่ยนฐานข้อมูลสมาชิกพรรคภายใน 90 วัน แต่ไม่แน่ใจว่า ในคำสั่งจะรวมไปถึงสิ่งที่พรรคต้องดำเนินการในกรอบ 180 วัน ซึ่งในเบื้องต้นหากขยายเวลาจริงจะช่วยให้พรรคการเมือง 69 พรรค ที่จัดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองอยู่แล้ว ได้รับอานิสงส์ คือไม่ต้องยื่นขอขยายเวลาต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 5 มกราคม 2561 แต่ยังไม่รู้ว่าคำสั่งที่จะออกมาจะมีผลต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่จะออกรวมทั้งหมด 4 ฉบับหรือไม่


“ผมยังไม่มีปัญญาที่จะที่ไปวิเคราะห์หลายเรื่องยังไม่เห็น เพราะว่าหลายต่อหลายเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน โดยเรายังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนว่า ประกาศดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่องหรือไม่ หรือว่าอาจจะคิดว่า แก้ไปเรื่องหนึ่งก่อน แล้วพอมีเรื่องอื่นๆ ก็แก้เป็นคราวๆไป แต่ถ้าเป็นลักษณะแบบนั้น ก็จะเป็นเรื่องที่ทำให้พรรคการเมืองเอง ไม่สามารถเตรียมการอย่างเป็นระบบได้ คือจะต้องไปรอการประกาศแก้ไขทีละฉบับไป แต่ไม่แน่ตัวประกาศอาจจะดีก็ได้ อาจจะเป็นประกาศที่สมบูรณ์และจะทำให้พรรคการเมืองรู้อนาคตในทุกๆขั้นตอน โดยหวังว่าจะเป็นแบบนั้น แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้นจะกลายเป็นว่า ช่วยได้แค่เรื่องแรกเรื่องเดียว ส่วนเรื่องอื่นจะทำให้พรรคเกินความกังวลว่าจะทำทันหรือไม่ทัน”นายสมชัยกล่าว

นายสมชัย ยังกล่าวว่าในส่วนของผู้ประสงค์จะขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ก็สามารถมาจอง และเริ่มหาสมาชิก เพื่อเตรียมการในขั้นต้น แต่ก็ไม่เท่าเทียมกันกับพรรคการเมืองที่จดทะเบียนอยู่แล้ว เพราะพรรคเดิมสามารถที่จะเริ่มกระบวนได้เลย แต่พรรคใหม่จะมีขั้นตอนในการจดทะเบียน ซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะ กกต.จะต้องดำเนินการตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานราชการต่างๆ กว่า 40 หน่วยงาน แต่ไม่รวมระยะเวลาว่าหากพบปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เว้นแต่ คสช.จะอนุญาตให้ผู้ที่จะจัดตั้งพรรคสามารถขอจดทะเบียนตั้งพรรคได้ในช่วงนี้

นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรอบเวลา 150 วันหลังกฎหมาย 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกใช้บังคับ ว่าในส่วนตัวเห็นว่าเพื่อความปลอดภัยในการดำเนินการ ควรแบ่งเวลาช่วง 150 วัน เป็น 3 ช่วงคือ ช่วงแรก 6 ให้พรรคการเมืองเตรียมพร้อมก่อนส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ควรให้เวลา 60 วัน ช่วงที่สอง คือช่วงที่ กกต.จะดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ควรให้เวลา 45 -60 วัน และช่วงที่ 3 ช่วงประกาศผลเลือกตั้ง 30-45 วัน ซึ่งหากให้ช่วงใดหนึ่งมากหรือน้อย ก็จะกระทบต่อการทำงาน ในช่วงอื่นๆ ซึ่งในประเด็นกรอบ 150 วัน มีหลายคนออกมาบอกว่า ช่วงที่สามที่จะกาศรับรองผลการเลือกตั้งไม่ต้องใช้เวลามากนัก และไปประกาศรับรองผลหลังจากนี้อีก 2 เดือนก็ได้นั้น ส่วนตัวเป็นน่ามีความเสียง เพราะหากมีผู้แพ้การเลือกตั้งไปร้้องศาล และศาลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.ในฐานะผู้ตัดสินใจก็จะมีความผิด 4 พันล้านบาทที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งก็จะสูญไป ซึ่งเรื่องเป็นเรื่องที่ กกต.ชุดใหญ่จะต้องเป็นผู้พิจารณา

Advertisement

“หลายคนก็บอกว่าทำเช่นนี้ก็ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายวิษณุ เครืองาม และนายพรเพชร วิชิตชลชัย แต่ทุกท่านไม่รับปากว่า จะเป็นประเด็นทางการเมืองในภายหลังหรือไม่ และไม่สามารถรับประกันได้ว่า ถ้าเป็นประเด็นทางการเมือง มีการร้องว่า กกต.ทำผิดรัฐธรรมนูญ แล้วศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า กกต.ทำผิด ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นเรื่องที่ กกต.ชุดใหญ่จะต้องตัดสินใจให้ดี เป็นความเสี่ยงของ กกต.ชุดใหม่ กกต.จะรับเต็มๆ ว่าเป็นผู้ที่อ่านกฎหมายไม่แตก ตีความกฎหมายไม่เป็น คนที่เคยบอกว่าทำได้ๆ ก็เป็นบอกว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวจะเชื่อทำไม เพราะความคิดเห็นส่วนตัวไม่สามารถอ้างอิงได้ ถ้าเป็นในส่วนตัวผมว่าควรเหลือเวลาไว้เพื่อให้สามารถประกาศผลภายใน 150 วัน แต่ไม่รู้ กกต.ชุดใหม่จะคิดแบบนี้หรือไม่”นายสมชัย กล่าว และเห็นว่าหากถามเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่ก็เลือกในแบบ150 วันไม่รวมประกาศผล เพราะจะมีเวลาในการทำงานมากขึ้น แต่หากเกิดความผิดพลาดเพราะ กกต.ฟังเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.ในฐานะคนตัดสินใจจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เหมือนกรณี กกต.ชุดที่สอง ที่สำนักงานได้เสนอเรื่องแล้ว กกต.คล้อยตาม และเป็นผู้รับผิดชอบผลการตัดสินใจ กกต.ชุดใหม่ควรระวังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก