กลับมาพบกับท่านผู้อ่านอีกครั้ง เสิร์ฟข่าวเด่น 5 ข่าวประจำสัปดาห์ให้คุณผู้อ่านที่พลาดข่าวสารบ้านเมืองในรอบสัปดาห์ ได้คุยกับคนอื่นรู้เรื่องในข่าวเดียว
ข่าวฮิตที่ 1 “ประชารัฐ” พรรคทหาร ท่านรอง “สมคิด” ถือธงนำ เรื่องสมคบคิดที่รอการพิสูจน์

กระแสข่าวทหารจะตั้งพรรคการเมืองกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกรอบ มาคราวนี้เด็กค่ายสีฟ้าประชาธิปัตย์อาสาถือโพยออกมาตีร้องฆ้องป่าวด้วยตนเอง หลังมีการเคลื่อนไหวแปลกๆของบรรดา “กองหนุน” ที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าประชาธิปัตย์ บอกเลยว่านี่เป็น ”ทฤษฎีสมคบคิด” กัน เพราะเป็นการคบคิดที่จ้อง “เซตซีโร่” สมาชิกพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม และยังเป็นการคบคิดที่จ้องทำให้โรดแมปเลือกตั้งพ.ย.2561 ไม่เป็นไปตามที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สัญญิงสัญญาเอาไว้ด้วย
โดยเฉพาะการ “รับไม้เขี่ยลูก” กันของคนสองสามกลุ่มที่เคยร่วมกันออกมาชูธงต้านโกง “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ล้มการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ด้วยการนำวลี “เพื่อความสงบเรียบร้อย” ของคสช. เป็นเหตุผลที่ไม่ยอมปลดล็อคให้ฝ่ายการเมืองทำกิจกรรมมาเป็นชูธงเพื่อขอแก้กม.พรรคการเมืองที่เพิ่งประกาศใช้ไปหมาดๆ
เริ่มตั้งแต่ “ลุงกำนันคนดัง” สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ออกมายื่นหนังสือถึงประธานสนช. ก่อนที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สว.กลุ่ม 40 ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป ออกมายื่นหนังสือ 3 ข้อสมทบลุงกำนัน พร้อมแนวทางและวิธีการแก้ไขเช่นกัน โดยมี นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) อดีตสว.กลุ่ม 40 อีกคนออกมาเป็นแนวร่วมรับลูกชงข้อเสนอของทั้งสองเข้ากมธ.ศึกษา
ไม่เพียงเท่านั้น จู่ๆ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมาธิปไตย ก็ออกมารับลูกเสนอให้มีการงดเว้นการใช้รัฐธรรมนูญ โดยเปิดให้ ส.ส.400 เขต ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองอีก ในช่วงที่บิ๊กตู่จะยกคณะครม.สัญจรเดินทางไปประชุมที่สุโขทัยถิ่นของนายสมศักดิ์
จึงไม่แปลกที่เด็กค่ายสีฟ้า จึงส่งทีมงานออกมาจวกลุงกำนันคนดังของภาคใต้อดีตผู้มีบารมีในพรรคประชาธิปัตย์อยู่ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนี้ เพราะหวังจะอาศัยอำนาจพิเศษของคสช.มารีเซตสมาชิกอดีตพรรคเก่า
สถานะของพรรคการเมืองทุกพรรคตอนนี้ เมื่ออดีตส.ส.ทุกคนเป็นอิสระจากพรรคเก่าแก่ อาจเกิดกรณีไล่ช้อนอดีต ส.ส.ไปสังกัดพรรคทหาร ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในขณะนี้ แว่วว่าเป็นการวมตัวกันของ กลุ่มอดีตส.ส. ทหาร อดีตข้าราชการประจำ เจ้าสัว และนักการเมืองพันธุ์เก่าดำเนินการจัดตั้ง โดยจะชู “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นหัวหน้าพรรค และให้นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคัลง เป็นเลขาธิการพรรค โดยมีตัวสำรองเป็นอดีต ส.ส.คนหนึ่ง
ที่สำคัญยังจะชูนโยบาย “ประชารัฐ” ของรัฐบาลคสช.มาเป็นชื่อพรรคด้วย
แม้ว่า บรรดาบิ๊กๆคสช.จะออกมาปฏิเสธว่า ยังไม่รู้ ยังไม่เห็น หรือแม้ว่าตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เองจะปฏิเสธ แต่ต้องยอมรับว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ถูกจับตาแล้วจากสังคม ในอนาคตอันใกลนี้ การเมืองจะออกรูปไหน จะ “สมคบคิด” กันอย่างที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ตั้งข้อสงสัยไว้หรือไม่ หรือจะใช้พรรคใดเป็นบันไดไต่เต้า
ทุกฝ่ายกำลังเฝ้าจับตา !
—–
ข่าวฮิตที่ 2 “โรคซึมเศร้า”ลามหนัก “คิมจงฮยอน”แห่งวงชายนี ศิลปินดังเกาหลี อีกหนึ่งเหยื่อแห่งความเศร้าซึม

อีกข่าวช็อกแฟนคลับเกาหลีแบบสุดๆ เมื่อตำรวจเกาหลีได้ออกมาเปิดเผยว่าพบ “คิมจงฮยอน” ซุปเปอร์สตาร์เกาหลี หมดสติภายในห้องพักย่านซองดัมดง ในกรุงโซล โดยพบว่ามีการเผาถ่านไว้ภายในห้องพักที่ปิดสนิท หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวจงฮยอนส่งโรงพยาบาลคอนกุก เมื่อเวลา 18.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
แค่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เหล่าแฟนคลับทั้งไทยและเอเชีย ต่างตกใจกับการจากไปอย่างกระทันหันครั้งนี้ และไม่อาจทำใจยอมรับได้ว่าจะเป็นเรื่องจริง
แฟนคลับชาวเกาหลีหลายคนรีบเดินทางไปยังโรงพยาบาล เพราะอยากจะรู้เรื่องราวด้วยตัวเอง ก่อนจะเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียที่มีข่าวลือในหมู่ชยาวอล หรือแฟนคลับชาวไทยว่า แพทย์ได้ทำซีพีอาร์ยื้อชีวิตของเขาไว้ได้ ต่างติดแฮชแทก #prayforjonghyun กันถ้วนหน้า และหากไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการจากต้นสังกัด ก็ยังคงทำใจเชื่อไม่ได้
ไม่นานหลังจากนั้น เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ต้นสังกัด ก็ออกมาแถลงการณ์เรื่องน่าเศร้า ทำให้หัวใจของแฟนคลับแต่ละคนสลดหดหู่กันไปในทันที
ภายหลังไม่นานนัก เหล่าศิลปินไอดอลชาวเกาหลีและไทยต่างออกมาอัพเดทโซเชียลมีเดียแสดงความเสียใจ อาทิ นิชคุณ วงทูพีเอ็ม , โอปอล์ ปณิศรา ,แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น และ ไอซ์ ศรัณยู รวมถึงไอดอลเกาหลีร่วมค่ายอีกนับไม่ถ้วน
รวมถึงนักร้องไนน์ สมาชิกวงคลาวนด์ เพื่อนสนิทซึ่งเปิดเผยจดหมายฉบับสุดท้ายของจงฮยอน สะท้อนให้เห็นถึงภาวะซึมเศร้าที่เขากำลังเผชิญอยู่ เมื่อความเศร้าค่อยๆกัดกินจิตใจไปจนหมด และยากลำบากที่จะอยู่ต่อไป
สำหรับชายนี่ถือเป็นวงบอยแบนด์เกาหลียุคต้นๆ ที่เริ่มเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย และมีชื่อเสียงจำนวนมาก ทำให้เหล่าแฟนคลับที่รู้สึกว่าโตมาด้วยกัน ย่อมเสียใจและสะเทือนใจอย่างยิ่ง เมื่อไอดอลที่มีแต่รอยยิ้ม ต้องจากไปอย่างกะทันหัน โดยต่างพบสัญญาณเรื่องซึมเศร้ามากมายในโซเชียลมีเดียของเขา ทั้งเนื้อเพลง รวมถึงรอยสักรูปสุนัขสีดำที่สื่อความหมายถึงการเป็นโรคซึมเศร้า นอกจากนี้สื่อเกาหลียังได้เปิดภาพจงฮยอนขณะซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อนเสียชีวิต และภาพจงฮยอนที่ระเบียงห้องพักที่เขาเสียชีวิต โดยจงฮยอนยังได้มอบมรดกทั้งหมดให้กับพี่สาวของเขา รวมถึงมีกระแสว่าเขาได้จัดการงานทุกอย่างเพื่อวางแผนจะฆ่าตัวตาย
แฟนๆ ชยาวอลไทย ยังได้เดินทางไปไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้กับจงฮยอน ที่วัดสุทธิวราราม ในวันเดียวกับที่มีพิธีศพของเขาที่เกาหลีใต้ วันเดียวกับที่ทวิตเตอร์ของเหล่าแฟนคลับแชร์ภาพพระจันทร์สีเขียวน้ำทะเลอย่างยากจะเหลือเชื่อทั่วเอเชีย อันเป็นสีประจำวงของพวกเขา
การเสียชีวิตของเขาครั้งนี้ ได้กระตุกให้ฉุกคิดถึงความเศร้าของคนรอบข้าง รวมถึงโรคซึมเศร้าที่ไม่อาจมองข้ามได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดกระแสวงการบันเทิงของเกาหลีที่เหล่าไอดอลต้องเจอกับ
ความยากลำบากไม่น้อย ซึ่งกระตุ้นให้อุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีคงต้องปรับบทบาทด้วย
———
ฮิตที่ 3 หนาวสมใจอยาก ชาวกรุงขอ หนาวนี้ถึงปีหน้า

อยู่เมืองร้อนชื้นเช่นนี้ แต่ละปีคนไทยก็คงจะคุ้นชินกับฤดูร้อน ร้อนมาก และฤดูฝนปรอย ฝนหนัก และฝนตกหนักจนน้ำท่วมกันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเข้าหน้าหนาวแต่คนไทยก็ยังเจอกับแดด
เปรี้ยงๆ และฝนเทๆ อยู่ตลอด จะมีหนาว เอ้ย เย็น ก็อยู่ไม่กี่วันต่อปี
แต่…. ปีนี้ คนไทยโดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ก็ได้สมใจอยากกับการหนาวเหน็บกันสักที แถมยังหนาวต่อเนื่องกันหลายวันจนชาวเมืองหลวงได้มีโอกาสงัดเอาเสื้อกันหนาวอุ่นๆมาใส่กันไม่ซ้ำ
ก็ด้วยความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ซ่านเข้ามาทางตอนบนของประเทศไทย ทันใดนั้นก็ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร มีอากาศเย็นลงอย่างรวด
เร็วแบบไม่ทันตั้งตัวมาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เขาว่ากันว่า อุณหภูมิต่ำสุดที่ประเทศไทยอยู่ที่ 14.8 องศาเซลเซียส ถ้าเปิดแอพพลิเคชั่นอากาศเช็คดูแล้ว เรียกว่าหนาวเฉียดๆลอสแองเจลลิสตอนนี้กันเลยทีเดียว
หนาวระดับนี้ภาพที่หลายคนไม่ชินตาอย่าง เสื้อโค้ทตัวยาวเก๋ๆ แจ๊กเก็ต ถุงมือ ก็ถูกพนักงานออฟฟิศหยิบมาใส่ให้ทั่วย่านคนทำงาน สีลม สาทร พระราม 4 โดยพลัน แม้จะดูเว่อร์ แต่ก็เหมาะสมกับอากาศที่หนาวเว่อร์แบบนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ ทำเอาคนเมืองร้อนเปลี่ยนลุคไปทันตา ใครหลายคนก็อดรนทนไม่ไหว ถึงกับออกผลวิจัยใหม่มาว่า หนาวระดับนี้ไม่ต้องอาบน้ำก็ได้
ไม่เพียงแต่ชาวกรุง แต่ภาคเหนือของประเทศไทยก็หนาวสั่นไม่แพ้กัน โดยยอดดอยอินทนนท์ มีความหนาวถึงระดับติดลบทุบสถิติความยะเยือกที่เคยมี
แต่…..
สสนก.เจ้าเดิมก็ออกมากระชากฝันว่าหย่อมความกดอากาศสูงเริ่มลดความแรงลงแล้ว นั่นทำให้อากาศอุ่นขึ้นมาเรื่อยๆ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยล่าสุดอยู่ที่ 19 องศาเซลเซียสในช่วงเช้า และ 24-25 องศาเซลเซียสในช่วงกลางวัน ที่ 25 ธันวาคม หรือวันคริสต์มาสหรรษา ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางแผ่ลงมาจากประเทศจีนอีกรอบ ส่งผลให้ช่วงเช้าของวันที่ 25-26 ธันวาคม มีอากาศเย็นประมาณ 25-26 องศาเซลเซียส และหลังจากนั้นเป็นต้นไปจนถึงปีใหม่ กทม.ก็จะอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ความกดอากาศสูงอ่อนกำลังตลอดส่งผลให้อากาศโดยเฉพาะในกทม.จะอุ่นขึ้นเรื่อยๆ
ที่สำคัญคือรับประกันไม่ได้ ว่าจะกลับไปหนาวอีกรอบหลังปีใหม่หรือไม่
โปรดติดตามโดยพลัน
—————–
ฮิตที่ 4 สุดสะเทือนขวัญ รัก 20 ปี ไม่ช่วยอะไร รักแท้แพ้กิ๊กใหม่

เป็นอีกข่าวที่สั่นสะเทือนจิตใจของคนติดตามข่าวสารอยู่ไม่น้อย เพราะแม้จะได้ยินข่าวฆาตกรรมกันอยู่บ่อยครั้ง แต่กรณีของ หมอปอ น.ส.นนทิญา ครัวจัตุรัส วัย 25 ปี เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขถูกยิงเสียชีวิตในบ้านพัก รพ.สต.สลุย จ.ชุมพร ทั้งที่มีแผนจะแต่งงานกันในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ก็ทำให้คนรู้สึกตื่นตระหนกเป็นไม่ได้เมื่อผู้ต้องหาในคดีนี้เป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเอง
นั่นทำให้แม้สัปดาห์นี้เราจะเสิร์ฟข่าวเศร้าให้คุณผู้อ่านไปแล้วหนึ่งท็อปปิกใหญ่ แต่เรื่องนี้ทำนองนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ติดอันดับความสนใจของคนไม่แพ้กัน
หากจะลำดับความของเรื่องนี้ ต้องเริ่มต้นจากเพื่อนของหมอปอ พบว่าเพื่อนสาวคนนี้ไม่ออกตรวจคนไข้ และตั้งข้อสงสัยถึงแฟนหนุ่มพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายรณชัย ปานชาติ หรือเก่ง วัย 26 ปี โดยทางตำรวจเรียกมาสอบสวน ก่อนที่เก่งจะยอมรับสารภาพว่าเป็นฆาตกร เหตุจูงใจก็เพราะไม่อยากแต่งงานเนื่องจากหมอปอจับได้ว่ามีกิ๊ก รวมถึงต้องการเงินสินสอดของหมอปอที่นับๆรวมแล้วก็มีมูลค่านับล้านบาท
นายเก่งสารภาพเป็นฉากๆว่า เหตุการณ์ในวันนั้น กิ๊กสาววัย 23 ปี ฐานะดี มีสินสอดเงิน 4 แสนบาท กับทองอีก 10 บาท เป็นสิ่งล่อใจให้ปีนเข้าบ้านพักหวังขโมยเงิน แต่หมอปอเกิดตื่นขึ้นมาพอดี นายเก่งจึงนำปืนที่พกมายิงใส่หมอปอเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าใจ ก่อนรีบหลบหนี นำปืนไปทิ้งลงแม่น้ำ และทำทีโพสต์ข้อความสุดอาลัย
หากคนไม่รู้เรื่องอะไร ข้อความแบบที่ว่า “ช่วยบอกหน่อยว่าตอนนี้มันแค่ฝันใช่ไหม” หรือ “ตอนนี้ไม่พร้อมจะพูดอะไร” ดูเผินๆก็เหมือนจะเป็นข้อความโศกเศร้า แต่แท้ที่จริงแล้ว กลับเป็นสเตตัส
อำพรางคดีในสายตาของใครหลายคน
หลังจากเก่งสารภาพว่าเป็นฆาตรกรตัวจริงแล้ว เจ็บที่สุดก็คือการออกมากล่าวถึงกรณีนี้จากฝั่งครอบครัวของหมอปอว่า ทั้งคู่รู้จักกันมามากกว่า 20 ปี แถมฝ่ายพ่อก็ออกมาบอกว่าครอบครัวของหมอปอยังเป็นคนส่งเสียให้เก่งร่ำเรียนจนจบ และพาไปสมัครทำงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แถมหมอปอยังเป็นคนให้ยืมรถจักรยายนต์ไว้ทำงาน แต่คุณพ่อก็ออกมายอมรับว่าหมอปอเคยโทรมาปรึกษาว่านายเก่งมีกิ๊กรวมถึงมีปัญหาระหองระแหง และเมื่อย้อนกลับไปชมโพสต์ต่างๆของหมอปอ ก็โพสต์เป็นทำนองว่ารู้เรื่องราวที่ว่าที่เจ้าบ่าวมีกิ๊กอยู่เต็มอก ยิ่งไปกว่านั้นคงไม่พ้นเรื่องเงิน ที่พี่ชายของหมอปอติดใจว่าเงินหายไปไหน แต่แม่ของนายเก่งก็ออกมาพูดว่าไม่เชื่อว่าลูกชายจะนำเงินไป และส่งเสียตัวเองเรียนไม่ได้มีครอบครัวหญิงสาวมาช่วยแต่อย่างไร
และยังพบว่า นฤมล กิ๊กสาววัย 23 ปีของนายเก่ง อาจจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ตำรวจจึงออกหมายจับและสอบปากคำ แต่ล่าสุดน้องมลยัง ให้การว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องดังกล่าว ที่ซื้อปืนให้ก็เพราะนายเก่งบอกว่าต้องการมีไว้ป้องกันตัว ขณะที่วันนั้นที่ขับรถไปก็เพราะต้องการจะเคลียร์ปัญหารักสามเส้าเท่านั้น แต่ในที่สุดก็โดนหมายจับ และถูกฝากขังต่อไป
ครอบครัวเลือกวันที่ 24 ธันวาคมนี้จัดพิธีฌาปณกิจศพของหมอปอ แทนพิธีมงคลสมรสอย่างที่เจ้าสาววางแพลนไว้
คงจะยังไม่มีบทสรุปสุดท้ายของเรื่องราวโศกนาฏกรรมนี้ ว่าทำไมถึงจบด้วยความเศร้าสลดหดหู่ได้ถึงเพียงนี้ ยังคงต้องติดตามตอนต่อไป
———-
ฮิตที่ 5 วิกฤตสื่อระลอกต่อไป ถึงคราว “วอยซ์ – นาว” ลดคนเปลี่ยนมือ

หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว ได้อัพเดทข่าวคราวในแวดวงนิตยสารอย่าง ดิฉัน – คู่สร้างคู่สม ที่มีข่าวเล็ดรอดว่าจะปิดตัวลง โดยคู่สร้างคู่สม นิตยสารที่หลายคนไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะลาจากแผงหนังสือ
เพราะหากวัดกันที่ยอดขายก็ยังเป็นหนังสือขายดี จนกระทั่งดำรง พุฒตาล เจ้าของ ออกมาแถลงผ่านรายการ คอนเฟิร์มว่าเป็นเรื่องจริง เหตุเพราะพฤติกรรมคนอ่านที่เปลี่ยนไป ขนาดดวงที่ว่าแม่น ยังถูกก็อปไปลงเฟซบุ๊กได้โดยง่าย
ล่าสุดก็มาถึงแวดวงทีวีดิจิตอล ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีตลาดยังคึกคักประมูลช่องกันนับหมื่นล้านบาท
เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เครือเนชั่น โดยนายเทพชัย หย่อง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าที่ประชุมมีมติจำหน่ายสินทรัพย์อย่าง มหาวิทยาลัยเนชั่น ให้กับ บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด (BBB) รวมถึงจำหน่าย ช่องนาว 26 ทั้งหมด 100% ซึ่งเคยถือหุ้นโดยบริษัท่ในเครือ อย่างบริษัท กรุงเทพธุรกิจ มีเดีย จำกัด
นอกจากนี้ยังประกาศขายบริษัทสายส่งต่างๆ ที่เนชั่นมีอยู่อีกด้วย
ถือเป็นการคอนเฟิร์มที่ชัดเจนเป็นครั้งแรก หลังจากมีกระแสข่าวตลอดมาว่าเนชั่น จะขายช่องนาว 26 มานับครึ่งปี
ล่าสุดวิกฤตสื่อสิ่งพิมพ์ก็ระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ วอยซ์ทีวี 21 ออกแถลงการณ์ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ หลังจากตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากสารพัดปัญหา ทั้งจากคำสั่งของหน่วยงานรัฐในการนำเสนอเนื้อหาข่าวอยู่บ่อยครั้ง และปัญหาเชิงธุรกิจ แม้จะพยายามแก้ปัญหาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้นำพา ทำให้ต้องปลดพนักงานครั้งใหญ่ 127 คน เนื่องจากรายการต่างๆที่ผลิตเองนั้นลดลง และจะเปลี่ยนไปใช้เอาท์ซอสจากคนนอกแทน โดยพนักงานหลายคนที่ถูกปลดออกครั้งนี้ ก็จะเข้าสู่ระบบเอาท์ซอสด้วยเช่นกัน
และจากนี้จะมุ่งสู่การทำงานในโลกออนไลน์มากขึ้น
จึงเป็นที่มาของการออกจดหมายเปิดผนึกของกลุ่มตรวจสอบ กสทช.ขอให้แก้ปัญหาฟองสบู่สื่อควบคู่ไปกับการปฏิรูปสื่อ ทันที เนื่องจากปัจจุบันสื่อมวลชนอยู่ภายใต้ข้อจำกัด ต้องนึกถึงเรตติ้งโฆษณา ต่อยอดธุรกิจ ปัจจุบันมีคนถูกเลิกจ้างไปแล้วมากกว่า 2,000 คน ด้วยกัน ครอบครัวก็ต้องได้รับผลกระทบไม่น้อย จึงอยากเร่งให้กสทช. ออกมาดูแลปัญหานี้โดยด่วน
สัปดาห์นี้คงต้องทิ้งท้ายข่าวสุดฮ็อตข่าวลงเท่านี้ แต่ขอบอกก่อนว่าใครคิดถึงลุงป้อมก็คงต้องขอเอาไว้ก่อน เพราะแม้จะมีนาฬิกาเรือนใหม่ๆให้เห็นกันนับไม่ถ้วน แต่ลุงก็ปิดปากเงียบ แถมใส่นาฬิกาเรือนละไม่กี่บาท ทำเอาชาวเน็ตยังคงต้องเฝ้ารอคำตอบจากลุงป้อมต่อไป

