กระบวนท่าในการแถลงคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำ เนินการตามกฎหมายตามพรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ของ นายวิษณุ เครื่องาม
รัดกุม และอุดมด้วย”การ์ด”
”ยืนยันว่าการเลือกตั้งยังอยู่ในโรดแมปเดิมที่ได้แจ้งเอาไว้ เว้นแต่จะมีตัวแปรอย่างอื่นซึ่งไม่มีใครรู้ และไม่อยากพูดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น”
ส่งผลให้นามสกุล”เครืองาม” สามารถเปลี่ยนเป็น”หมัดป้องตัว” ได้อย่างเหมาะสม
ที่ควรให้ความสนใจก็คือ “ตัวแปร”
หากศึกษาจากกรณีไม่ยอมปลดล็อกจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 57/2557 เหตุผล 1 คือ ความไม่สงบ
นั่นก็คือ การตรวจจับอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด
เหตุผล 1 คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่ประ
กาศและบังคับใช้อีก 2 ฉบับ
ได้แก่ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
ได้แก่ ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.
แม้ในคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 เหมือนกับจะกำหนดไว้ประมาณตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป
ก็ยังไม่แน่อีกเหมือนกัน
เป็นความไม่แน่บนพื้นฐานที่ นายวิษณุ เครืองาม ระบุ”เว้นแต่จะมีตัวแปร ซึ่งไม่มีใครรู้”
เหมือนกับกรณีพรป.ว่าด้วย “พรรคการเมือง”นั่นเอง
หากฟังจากเสียงของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่เดินทางไปให้ข้อมูลที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติก็จะสัมผัสได้ใน”สัญญาณ”
นั่นก็คือ สัญญาณอันเกี่ยวกับ”ไพรมารีโหวต”
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า การที่คสช.ต้องงัดมาตรา 44 ออกมาก็มีมูลเชื้อมาจากการเคลื่อนไหวจาก 2 ส่วนประสานเข้าด้วยกัน
1 นายไพบูลย์ นิติตะวัน 1 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
เรายังไม่รู้ว่าหลังจากมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ออกมาจะเป็นที่พอใจของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน และ นายสุเทพ เทือกสุ บรรณ หรือไม่
เพราะนี่ย่อมเป็น”ตัวแปร”อันมาจาก”ขาใหญ่”

