หน้าแรก การเมือง จาตุรนต์อัดม....

จาตุรนต์อัดม.44 แก้กม.พรรคการเมือง เชื่อเป็นแผนสมคบคิด ดัน‘บิ๊กตู่’นายกฯคนนอก

24.12.17 | 15:02 น.
แฟ้มภาพ

“จาตุรนต์” สับยับปมใช้ ม.44 แก้ พรป.พรรค ชี้ ขัดรธน. เชื่อ เป็นแผนสมคบคิด ดัน ‘บิ๊กตู่’ นั่งนายกฯคนนอก


เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจมาตรา 44 แก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมืองว่า 1.คำสั่งนี้ไม่ใช่คำสั่งปลดล็อกพรรคการเมือง คำสั่งนี้อาจมีวัตุประสงค์อย่างหนึ่ง คือ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคการเมืองที่ตั้งใหม่ แต่วัตถุประสงค์หลักและผลที่จะตามมา คือ การทำลายพรรคการเมืองทั้งหลายให้อ่อนแอ การกำหนดให้สมาชิกพรรคยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคพร้อมแสดงหลักฐานยืนยันคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามใน 30 วัน คือ การทำลายฐานสมาชิกพรรคให้เหลือน้อยที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้ การเลื่อนการประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค การประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองและนโยบายพรรคการเมืองออกไปอย่างไม่มีกำหนด ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการหาสมาชิกและที่สำคัญจะเป็นปัญหาต่อการจัดทำนโยบายที่จะเสนอในการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

นายจาตุรนต์กล่าวว่า 2.คำสั่งนี้ จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่าจะมีการเลือกตั้งตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เนื่องจากความลักลั่นของกฎหมาย ที่อาจทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ไม่มีคุณสมบัติที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งและถูกใช้เป็นข้ออ้างในการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 3.การออกคำสั่งนี้ ยืนยันว่า คสช.มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ ขัดเจตนารัฐธรรมนูญทั้งโดยกระบวนการออกคำสั่งและเนื้อหาของคำสั่ง กล่าวคือ การออก พ.ร.ป.มาใช้นั้น เมื่อ สนช.พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระและกรธ.พิจารณาว่าเป็นไปตามเจตนาของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งพ.ร.ป.พรรคการเมืองได้ผ่านกระบวนการนี้มาแล้ว แต่กลับมาแก้โดยคำสั่ง คสช.ตามอำเภอใจโดยไม่ได้ให้ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระหรือ กรธ.ได้พิจารณาอีกเลย

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ในส่วนของเนื้อหาก็ขัดเจตนาของรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระดูแลให้พรรคการเมืองทำตามกฎหมาย และกกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งและให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่ คสช.กลับออกคำสั่งให้ คสช.ใช้อำนาจเหล่านั้นแทน กกต.เสียเอง 4.การออกคำสั่งนี้ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การเลือกตั้งที่ไม่ทราบว่าจะมีขึ้นเมื่อใดนี้ เป็นการเลือกตั้งภายใต้การกำกับแทรกแซงโดย คสช.ตั้งแต่ต้นและไม่มีหลักประกันใดๆ ว่า คสช.จะไม่แทรกแซงมากกว่าที่ได้ทำไปแล้ว

Advertisement

นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า 5.การออกคำสั่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนสมคบคิดเพื่อให้คสช.ครองอำนาจต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า การเสนอรีเซตสมาชิกพรรคการเมือง รีเซตพรรคการเมือง การตั้งพรรคการเมืองใหม่ๆ และการเสนอหรือสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้ง ล้วนมาจากกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันกับที่เคยสมคบกันเสนอให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จนทำให้เกิดการรัฐประหารในเวลาต่อมา ดังนั้น จึงน่าเชื่อได้ว่าคนกลุ่มเดียวกันนี้ กำลังสมคบคิดกันเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการและจุดมุ่งหมายที่มีมาแต่ต้น คือ ให้ผู้มีอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนครองอำนาจให้นานที่สุด