หน้าแรก การเมือง 5 ข่าวฮิตแห่ง...

5 ข่าวฮิตแห่งวีก! ถึงคราว “ป๋าเปรม” เร่งบิ๊กตู่คืนความสุข ของขวัญปีใหม่ส่งท้ายปี

29.12.17 | 20:20 น.

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน มาพบกันอีกครั้งในช่วงเทศกาลหยุดยาวส่งป้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  หลายคนคงหยุดงาน และมุ่งหน้าเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเองกันแล้ว  ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายประเด็นข่าวฮอตฮิตในหลายแวดวง ที่มติชนออนไลน์ได้รวบรวม มานำเสนอแก่ท่านผู้อ่าน

ประเดิมด้วยข่าวฮิตที่ 1 “ม.44” ถึง ไม้หลักปักเหลน เมื่ออภิสิทธิ์ถึงคราวทนไม่ไหว

ในแวดวงการเมือง เรื่องที่ฮอตที่สุดที่หลายคนจับตามอง ก็คงเป็นคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 โดยใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ขยายกรอบเวลาดำเนินการพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จากเดดไลน์เดิมให้ทุกพรรคการเมืองปรับข้อมูลสมาชิกพรรคให้เสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองประกาศใช้ ซึ่งจะครบเดดไลน์วันที่ 5 มกราคม 2561 หลังจากที่เหล่าพรรคการเมืองเรียกร้องมาอย่างนาน

เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่อาจเรียกเต็มปากว่า ปลดล็อก

Advertisement

ซึ่ง คำสั่ง 53/2560 ฉบับนี้ ก็ได้กำหนดว่าตั้งแต่ 1 มี.ค.2561 ผู้ประสงค์จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ สามารถดำเนินธุรการได้ โดยต้องรับอนุญาตจากคสช.ก่อน ส่วนพรรคการเมืองเก่าหลัง 1 เมษายน-1 พฤษภาคม ก็ให้จัดทำทะเบียนรายชื่อสมาชิกและให้สมาชิกชำระค่าบำรุงพรรค ส่วนเงื่อนไขที่ต้องทำภายใน 180 วัน หรือภายใน 1 ปี ให้เลื่อนไปเริ่มนับหนึ่งจากวันที่ 1 เมษายน 2561 ทั้งนี้ภายใน 90 วันนับจากยกเลิกประกาศคสช. 57/2557 และคำสั่งคสช. 3/2558 พรรคการเมืองจัดประชุมพรรคใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการพรรคได้

แต่จะยกเลิกประกาศและคำสั่งทั้ง 2 ฉบับ ก็ต้องรอให้พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ถูกประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว

นั่นหมายความว่าเกิดแรงกระเพื่อมจากเหล่าพรรคการเมืองทันทีว่านี่คือการแก้ปัญหาจริงหรือไม่ เพราะทำให้สมาชิกพรรคการเมืองเก่ามีภาระมากขึ้น ต้องทำหนังสือยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค และต้องจ่ายค่าสมาชิก ขั้นตอนเยอะแยะนี่ต้องเสร็จภายใน 30 วัน มองกลายๆก็เหมือนการฆ่าตัดตอนสมาชิกพรรคการเมืองที่มีในปัจจุบัน ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ หากถูกยกเลิกสมาชิกสภาพก็เหมือนถูกเซตซีโร่พรรคเสียอย่างนั้น

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาจี้คสช.ทันที ว่าการขยายเวลาเช่นนี้ไม่ใช่การปลดล็อกที่แท้จริง แต่เป็นการลักลั่นโดยว่าการขยายเวลาเช่นนี้ไม่ใช่ความผิดของพรรคการเมือง หรือกกต. หรือกรธ. แต่พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองนั้นประกาศใช้ตั้งแต่ 7 ต.ค.2560 แล้ว พรรคแต่ละพรรคก็ต้องดำเนินตามเจตนารมย์ของรัฐบาลให้เป็นไปตามโร้ดแม็ปของคสช. แต่ไม่สามารถทำได้ จนท้ายที่สุดเวลาทอดมาจนครบกำหนดซึ่งถ้าพรรคการเมืองไม่ทำตามนั้นก็จะถูกตัดสิทธิ์ในการส่งสมาชิกลงสนามเลือกตั้ง

หนักที่สุดดูเหมือนจะเป็น อภิสิทธิ เวชชาชีวะ ที่ออกมาอัดคำสั่งคสช.ตามมาตรา 44 ปลดล็อกให้พรรคการเมืองนั้นเป็นเหมือนไม้หลักปักเลน หากอยากจะเลื่อนเลือกตั้งก็บอกตรงๆกันได้ ไม่ใช่เอามาตรา 44 มาแก้ อย่าใช้พร่ำเพรื่อ อำนาจเบ็ดเสร็ดที่ไปปักอยู่บนขี้เลนไม่ได้แก้ปัญหา ไม่ได้ปฏิรูป ทั้งที่กฎหมายทั้งก็มาจาก คสช.และแม่น้ำ 5 สายทั้งนั้น มีอำนาจเบ็ดเสร็จแต่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ นอกจากนี้ยังเล็งฟ้อง ม.44 ขัดรัฐธรรมนูญอีกด้วย

เป็นเอฟเฟกต์ดังจากฝั่งการเมือง ที่ดูจะอดรนทนไม่ไหวกับคำสั่ง 53/2560 ที่ต้องรอดูว่าจะเป็นเช่นไรต่อไป


ฮิตที่ 2 เปิดบ้าน 4 เสาเทเวศน์ ป๋าเปรมเร่งบิ๊กตู่คืนความสุข ชี้ กองหนุนใกล้หมดแล้ว

ถือเป็นธรรมเนียมปีใหม่ ที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จะเปิดบ้านพักต้อนรับนายกฯ อวยพรปีใหม่ โดยปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก็นำทีมคณะรัฐมนตรีและผบ.เหล่าทัพ เข้าเยี่ยมคารวะปีใหม่

แต่ยังงงง..ไม่ทันที่ เหล่าครม.จะได้เข้าไปอวยพรปีใหม่ป๋า ก็เกิดเหตุขึ้นมา เมื่อ เอกชัย หงส์กังวาน ที่ตั้งใจนำนาฬิการาคาเบาๆ ห่อกล่องอย่างดีเตรียมไปให้บิ๊กป้อมที่จะเดินทางไปวันนี้พอดี กลับถูกรวบตัวเสียอย่างนั้น แม้ภายหลังจะปล่อยตัวออกมา ก็ทำเอาตกอกตกใจกันไปทั่วโซเชียล

เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันผ่านพ้นไป ก็ได้เวลาที่ป๋าบิ๊กๆในบ้านเมืองเราจะไปขอพรจากป๋า โดย พลเอกเปรม ได้กล่าวว่า “ตู่ได้ให้สัญญาว่าจะนำความสุขมาให้คนไทยเท่าที่สามารถจะทำได้ ดังนั้นตู่จะต้องดำรงความุ่งหมายนี้ไว้ให้ได้ โดยเฉพาะคนจน” และว่า “ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มีกองหนุนเหลืออยู่แล้ว ถ้าเราแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีที่มีต่อประชาชนชาวไทย กองหนุนก็จะมาเอง ผมเชื่อว่าตู่ทำได้”

ก่อนป๋าเปรมจะถามสารทุกข์สุกดิบของเหล่าผบ.ทั้งหลาย ที่ว่าปีนี้หนักขึ้นทั้งนั้น ก่อนจะวกเข้าหาบิ๊กป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ แซวเล็กๆน้อยๆว่า “ยังเล่นกอล์ฟอยู่หรือเปล่า” และเมื่อนายกฯเล่าให้ป๋าฟังว่าบิ๊กป้อมนั้นนิ้วล็อก ป๋าจึงแซวให้ว่า “ไปต่อยกับใครมา” พลเอกประวิตรได้ยินดังนั้นจึงตอบไปว่า “ต่อยตัวเอง” เรียกเสียงฮาไปได้อีก

เป็นบรรยากาศปีใหม่ที่หลายคนคุ้นเคย

ฮิตที่ 3 วิวาห์หมื่นล้าน “ทายาทคิงพาวเวอร์”

ในรอบสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้ได้เห็นคนดังรักสุกงอมจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์กันครึกโครมหลายต่อหลายคู่ อาทิ มาร์กี้ – ราศรี บาเลนซิเอก้า ที่จูงมือหนุ่มป๊อก – ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ทายาทเครือเซ็นทรัล ฉลองสมรส ที่งานนี้จัดเต็มใช้ชุดเจ้าสาวไปถึง 5 ชุด ทั้งหมั้นและแต่ง โดยมีเพื่อนในวงการตบเท้าเข้าร่วมงานล้นหลามแทบจะทั้งวงการ งานนี้ยังถูกแย่งซีนเบาๆ ด้วยการกลับมาคืนดีกันของ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และวุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ โดยมีกาวใจเบอร์หนึ่งอย่าง นานา ไรบีนา คอยช่วย

อีกหนึ่งวิวาห์สุดยอดความอลังการแห่งปี คงไม่พ้นงานแต่งของ รัก – วรมาศ ศรีวัฒนประภา ลูกสาวคนโตของเจ้าสัววิชัย แห่งคิงพาวเวอร์ และ หนาม – รวิ อิทธิระวิวงศ์ บุตรของศ.นพ.พิบูลย์ – พวงเพ็ญ อิทธิระวิวงศ์ นักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกล เจ้าของบริษัทเคสมือถือ พาสเทล ที่ทั้งคู่พบกันในการเรียนคอร์สธุรกิจแห่งหนึ่ง

งานแต่งลูกสาวคิงพาวเวอร์ทั้งที จึงเนรมิต ฟาวน์เท่าน สแควร์ คิง พาวเวอร์ รางน้ำ ด้วยมวลดอกไม้ในสไตล์ยุโรป – เวสเทิร์น ประดับด้วยคริสตัลสุดอลังการ ก่อนให้ทุกคนได้เดินเข้าสู่สมุดบันทึกเรื่องราวความรักของหนุ่มสาว นอกจากชุดเจ้าสาวจะเว่อร์วังด้วยขนนกทั้งชุดจากแชนเนลนับ 8 หลักแล้ว บรรยากาศยังอลังการด้วยการขี่ม้าโชว์ในธีมเจ้าหญิงเจ้าชาย รวมไปถึงเค้กลอยฟ้าที่โหนสลิงโรยมาอย่างงดงาม

ที่สำคัญคือได้เห็นเหล่าคนดังทุกแวดวงมาร่วมงานแต่งทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจ อาทิ บิ๊กป้อม – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา , พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รวมไปถึงสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ , เนวิน ชิดชอบ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, ธนินท์ เจียรวนนท์, ประวิทย์ – อรัญญา มาลีนนท์, กนกศักดิ์ ปิ่นแสง, เอื้อมพร บุญขันธ์, ปรีดา พสวงศ์, นวลพรรณ ล่ำซำ , ปิยะณัฐ วัชราภรณ์ และ สงกรานต์ อิสสระ มาร่วมงาน

เรียกว่าแต่ละชื่อเป็นบิ๊กเนมที่ไม่คาดคิดว่าจะพบได้ในงานเดียวกันเช่นนี้

ฮิตที่ 4 เมอร์รี่ คริสต์มาส เมื่อ “พี่ตูน” ถึงแม่สาย และเครื่องบินที่ไปไม่ถึง

เป็นปรากฏการณ์ที่คนไทยทุกคนต่างเอาใจช่วย และลุ้นไปกับไอดอลคนโปรดของคนไทย เมื่อ ตูน บอดี้สแกลม หรืออาทิวราห์ คงมาลัย ลุกขึ้นมาประกาศวิ่งจากเบตง ถึงแม่สาย ด้วยระยะทาง 2215 กิโลเมตร ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” โดยหวังเงินบริจาค 700 ล้านบาท เพื่อสุขภาพของคนไทย หลังจากเคยออกวิ่งเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์มาก่อน

ตูน เริ่มวิ่งจากเบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ตลอดทางมีประชาชนมาเฝ้ารอรับอยู่ตลอดเส้นทาง เจอทั้งแดด ฝน และลมหนาว โดยแต่ละวันจะออกวิ่งวันละ 4-5 เซ็ต วันละ 40 กว่ากิโลเมตร โดยมีหวานใจ ก้อย – รัชวิน ร่วมเป็นกำลังใจตลอดเส้นทาง จนกระทั่งทะลุเป้าหมาย 700 ล้านบาท เมื่อวิ่งมาเพียง 39 วัน ที่จ.ชัยนาท แม้จะมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นเป็นระยะ ในตลอดการวิ่งของเขาก็ตาม แต่กำลังใจก็คงล้นเหลือ มีเหล่าดารา ซูปเปอร์สตาร์ ไปร่วมรับบริจาคอยู่เป็นระยะ

เกิดเป็นกระแส ตูน ฟีเวอร์ในประเทศไทย ที่ทุกคนยอมรับในหัวใจ ที่แกร่งสุดๆของเขา

จนกระทั่ง 6 โมงเย็นของวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม 2560 เมื่อตูนสามารถวิ่งเข้าสู่เส้นชัยที่แม่สาย จ.เชียงรายได้สำเร็จ ซึ่งเซ็ตสุดท้ายนั้น ตูน เผยว่าต้องขอโทษคนมารอรับ ที่ไม่ได้เข้าไปทักทายเช่นเคย เพราะอยากจะวิ่งฉลองให้กับตนเองสักครั้ง รวมทั้งสิ้น 55 วัน ทั้งยังได้รับการบันทึกสถิติ ไทยแลนด์ เรคคอร์ด ว่าเป็นคนไทยคนแรกที่วิ่งจากชายแดนใต้สู่ชายแดนเหนือสุดของไทย เพียง 55 วัน โดยมีการไลฟ์สด โดยรวมได้รับเงินบริจาค 1,148,718,907.72 บาท ณ วันที่ 25 ธันวาคม และยังเปิดรับบริจาคถึงเดือนพ.ค. นี้

และเมื่อวิ่ง เข้าสู่เส้นชัยแล้ว ตูนก็ขอเดินทางกลับกรุงเทพฯแบบเงียบๆ ด้วยรถตู้ส่วนตัว แม้ว่ากองทัพจะส่งเครื่องบินไปรับตูนก็ตาม เป็นการปิดฉากอย่างซิมเพิ้ลๆ

จนกระทั่งวันนี้ ตูนขึ้นแท่นเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของคนไทย เพราะทุกผลสำรวจยกให้ตูน เป็นขวัญใจมหาชน ที่เสียสละช่วยเหลือคนไทยอย่างแท้จริง

ฮิตที่ 5 สัมผัสความเป็นลอนดอน เมื่อหนาวแล้วยังต้องเจอฝน

หลังจากชาวไทยได้พบกับสภาพอากาศหนาวจัดๆ ชนิด 10 กว่าองศาปลายๆไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในช่วงสัปดาห์นี้ คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนกรุง ก็ยังคงได้รับบรรยากาศหนาวส่งท้ายปีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แถมฝนมาด้วย

ไม่รู้ว่าจะเฮดีหรือไม่ เมื่อวาฟรอม หรือ การตรวจสอบแบบจำลองสภาวะอากาศ ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ออกมาบอกว่าด้วยอิทธิพลของพายุเทมบิง ที่เคลื่อนตัวผ่านภาคใต้ลงสู่ทะเลอันดามัน ทำให้คนกรุงต้องพบกับบรรยากาศฝนตกปรอยตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันความกดอากาศสูงก็แผ่ลงมาทางตอนเหนือของไทย ทำให้อุณหภูมิลดลง โดยมีอุณหภูมิอยู่ที่ 19 องศาในช่วงเช้าเท่านั้น ขณะที่ช่วงบ่ายกรุงเทพฯก็จะอุ่นๆ และหนาวอีกครั้งในช่วงเย็น

ทำให้คนไทยได้หยิบเอาเสื้อกันหนาวมาใส่อีกครั้ง เพิ่มเติมคือเสื้อหนาวมีฮู้ด และต้องมีร่มติดตัวด้วย

ซึ่งการที่มีเม็ดฝนตกลงเช่นนี้ ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้รู้สึกว่าแม้จะเย็นแค่ 19 องศา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกหนาวขนาดเดิม

แต่ก็ทำให้คนไทยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อากาศแบบนี้ มันลอนดอนชัดๆค่า

สัปดาห์นี้ ก็คงถึงเวลาต้องบอกลาคุณผู้อ่าน ให้ไปเที่ยวพักผ่อนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พร้อมทั้งขอบคุณที่ติดตามมติชนออนไลน์มาตลอดปี หวังว่าปีต่อไปจะมีข่าวแซ่บๆ ให้ได้เสิร์ฟคุณผู้อ่านกันอีกครั้ง