หน้าแรก การเมือง ป.ป.ช.จับมือ ...

ป.ป.ช.จับมือ 16 องค์กร เซ็นเอ็มโอยู เปลี่ยนค่านิยม ปลุกจิตสำนึกประชาชน

21.03.16 | 18:53 น.

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ สำนักงาน ป.ป.ช.จัดพิธีลงนามบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช.กับองค์กรสมาคมและมูลนิธิรวม16 องค์กร อาทิ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยมีนางสุวณา สุวรรณจูฑา กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวเปิดการลงนามว่า จากสถานการณ์การทุจริตที่ผ่านมา ได้หยั่งรากลึกแทรกซึมอยู่ทุกพื้นที่ สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสังคมไทยมายาวนาน โดยมีค่านิยมของคนเป็นสาเหตุของปัญหา ทำให้คนขาดจิตสำนึกที่ถูกต้อง ซึ่งเห็นได้จากกลุ่มนักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ประพฤติทุจริต ขาดจริยธรรม ขาดกลไกเฝ้าระวังและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในกลุ่มภาคธุรกิจบางส่วนยังมีการติดสินบน เพื่อความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ภาคประชาชนเอก็ยังขาดการส่งเสริมการเข้ามามีบทบาทในการเฝ้าระวัง การตรวจสอบการทุจริตอย่างจริงจัง รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าจะเห็นบทลงโทษ จากปัญหาดังกล่าว ป.ป.ช.จึงได้จัดทำยุทธศาตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 2 (พ.ศ.2556 – 2560 ) เพื่อเป็นองค์กรหลักในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่จะได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารเพื่อโน้มน้าวใจทุกภาคส่วนร่วมกันต่อต้านการทุจริต

นางสุวณา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีผลการสำรวจเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นชิ้นหนึ่ง ระบุว่า สังคมกว่าครึ่งยอมรับการคอร์รัปชั่น หากสามารถสร้างความเจริญให้ชาติได้ ซึ่งมีผู้รู้หลายคนได้แย้งผลการสำรวจนี้ว่าไม่น่าเชื่อถือ เพราะเป็นคำถามที่นำความเท็จเข้าชี้นำและเกิดคำถามว่า “จริงหรือ” นำมาซึ่งคำตอบที่น่ากลัว คือ จริงมีคอร์รัปชั่นที่สร้างประโยชน์ได้ แต่ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ ซึ่งจะนำความเดือดร้อนร้ายแรงมาในอนาคตแน่นอน จึงได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อบูรณาการความร่วมมือและวางกรอบแนวทางในการรณรงค์ปลุกจิตสำนึก ปรับเปลี่ยนค่านิยมเพื่อยกระดับพฤติกรรมคนในสังคมไม่ยอมรับ ไม่จำยอมต่อการทุจริตทุกรูปแบบรวมถึงพัฒนาความร่มมือปละสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคส่วนสื่อสารมวลชนทุกประเภท เพราะสื่อสารมวลชนเปรียบเสมือนผู้นำทางความคิด มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง เพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสุจริต โดยมีกลไกภาคสื่อมวลชน ร่วมเป็นผู้ขับเคลื่อน ให้เกิดการเปลี่ยนทางสังคมดังกล่าว

จากนั้นเวลา 14.10 น.สำนักงาน ป.ป.ช.จัดเสวนาในหัวข้อ“สื่อมวลชนกลไกสำคัญ ทางรอดประเทศไทยสู่สังคมโปร่งใส” โดยมีนายมานะ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพูดเรื่องคอร์รัปชั่น ถูกโยงเข้ากับการเมืองเสมอ มีการบอกกันว่า เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ เล่นการเมืองเหรอ ทำไมเลือกทำคดีนี้ ไม่เปิดโปงอีกคดี หรือคนที่คิดจะแกล้งกัน ก็หาเรื่องร้องเรียน แล้วบอกว่า นี่คือเรื่องการเมือง ทำให้การต่อต้านคอร์รัปชั่น ทำได้ยาก ซึ่งประชาชนหรือนักธุรกิจติดตามเรื่องเหล่านี้เริ่มสับสนว่า จริงหรือไม่ หรือเป็นเรื่องการเมือง

“เรื่องใหญ่มากที่แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคธุรกิจ กรณีบริษัทเอกชนมีปัญหาเงินค่าโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งสิ่งที่เห็นคือ กระบวนการกฎหมายที่ถูกทำไป การเคลื่อนไหวของสื่อมวลชน และสมาคมสื่อมีศักยภาพ และประสิทธิภาพสูงมาก การเคลื่อนไหวเหล่านี้ นำไปสู่การรับรู้ของประชาชน ทำให้ประชาชนเชื่อมั่น สมาคมวิชาชีพสื่อ ให้ข้อมูลชัดเจนว่า สิ่งเหล่านี้ขัดกับจรรยาบรรณสื่ออย่างไร มีผลตามมา ได้เห็นภาคธุรกิจออกมาประกาศชัดเจน งดโฆษณา แนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนต้านการทุจริต มีสมาชิกเป็นบริษัทขนาดใหญ่ของประเทศ 650 บริษัท ทำแถลงการณ์ถึงสมาชิกทั้งหมด เชิญชวนทุกบริษัททบทวนการให้การสนับสนุนการทำธุรกิจ หรือโฆษณาด้วย หลังจากนั้นมีการตรวจสอบ สมาชิกเริ่มทำตามแล้วด้วย การรวมตัวภาคเอกชน เริ่มมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น ผลประโยชน์หรือจริยธรรม เป็นสิ่งกระตุ้นภาคธุรกิจมากขึ้นทุกวัน” นายมานะ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวมี 16 องค์กร ดังนี้ 1.สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.2.กรมประชาสัมพันธ์ 3.มูลนิธิเพื่อคนไทย4.สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย 5.สภาวิชาชีพกิจการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (แห่งประเทศไทย) 6.สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย 7.สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย 8.สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย 9.สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย 10.สมาคมสื่อช่อสะอาด 11.สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย 12.สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) 13.สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 14.สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ15.สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)16.องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)

Advertisement