29 มีนาคม จุดตัด จุดเปลี่ยน
แนวโน้มใหม่ ทาง ‘การเมือง’
ยิ่งใกล้วันที่ 29 มีนาคม มากเข้าไปเท่าใด ยิ่งก่อให้เกิดสภาวะระทึกใจยิ่งในทางการเมือง
โดยมี “ร่าง” รัฐธรรมนูญเป็น “เป้า”
คล้ายกับว่า การประชุม”ลับ”จากวันที่ 21 ไปยังวันที่ 22 มีนาคมจะเป็นวาระสำคัญและทรงความหมาย
เพราะเป็นการประชุมพิจารณา “ข้อเสนอคสช.”
กระนั้น หากพิจารณาจาก “รากฐาน” และ “สถานะ” แห่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็แทบไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น
“ปฏิกิริยา” ที่ปรากฏเสมอเป็นเพียงเครื่องถนิมพิมพาภรณ์
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า 1 คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้รับการแต่งตั้งโดยคสช.
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า 1 กรธ.เป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สาย
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า 1 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ไม่เพียงแต่เป็นประธานกรธ.หากแต่ยังเป็นสมาชิกคสช.
เป็นมาตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า 1 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ มีบทบาทอย่างสำคัญในรัฐธรรมนูญ
ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557
อันมาตรา 35 บัญญัติเกี่ยวกับ”กรอบ”ในการร่างรัฐธรรมนูญ
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์อันจะได้รับการปรับแต่งและประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มีนาคม จึงมาจากองค์ประกอบ 3 ส่วน
ส่วน 1 คือเป็นไปตามมาตรา 35 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
ส่วน 1 คือเป็นไปตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้ประกอบส่วนกันขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 เป็นต้นมา
ส่วน 1 คือเป็นไปตามข้อเสนอครม. เป็นไปตามข้อเสนอคสช.
ต่อให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ หกคะเมนตีลังกาอย่างไรก็ไม่สามารถหนีพ้นไปจาก “กรอบ” นี้ได้
อย่าลืม “อนุสาสน์” อันมาจากความจัดเจนของ นายวิษณุ เครืองาม
“ลงเรือแป๊ะก็ต้องตามใจแป๊ะ”
ถามว่า “แป๊ะ” เป็นใคร มีหรือที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ จะไม่รู้ ถามว่า”แป๊ะ”ต้องการอย่างไรมีหรือที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ จะไม่รู้
“แถลง” ในวันที่ 29 มีนาคม จึงเท่ากับเป็นการ “ปิดจ๊อบ”
เรียบโร้ยโรงเรียน “คสช.” เรียบโร้ยโรงเรียน”แป๊ะ”
หากการเปิดตัวของร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นในวันที่ 29 มกราคม มีความสำคัญมากเพียงใด
การเปิดตัวในวันที่ 29 มีนาคมยิ่งสำคัญ”มากกว่า”
เพราะนี่คือ “ร่าง” ฉบับของแท้อันผ่านการประสานประสมกลมกลืนมาแล้วโดย “เนติบริกร”ระดับยอดของคสช.
ร่างรัฐธรรมนูญนี้แหละที่จะส่งเข้า “ประชามติ”
พรรคประชาธิปัตย์จึงมิอาจ “แทงกั๊ก” ต่อไปได้อีกเป็นอันขาด พรรคภูมิใจไทยจึงมิอาจ “แทงกั๊ก” ได้อีกเป็นอันขาด พรรคชาติไทยพัฒนาจึงมิอาจ”แทงกั๊ก”ได้อีกเป็นอันขาด
ต้อง “เผยแสดง” ออกมาเป็น “มติ”
ตรงนี้แหละที่สถานการณ์ทวีความเข้มข้น แหลมคม เป็นอย่างสูงในทางความคิดและในทางการเมือง
ยากเป็นอย่างยิ่งจะเหยียบเรือได้หลายๆแคม
จากวันที่ 29 มีนาคมกระทั่งถึงวันลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม จึงเป็นระยะอันทรงความหมายยิ่งในทางการเมือง
คำสั่งคสช.อาจทำให้ไม่อาจ”เคลื่อนไหว”ได้อย่างคึกคัก
เพราะพรรคการเมืองไม่สามารถจัดประชุม หรือแสวงหา”มติ”ภายในที่ประชุมที่แน่นอนได้
แต่สังคมก็คงไม่ยอมให้ “กั๊ก” อีกแล้ว
ระยะเวลา 4 เดือน 7 วันต่อจากวันที่ 29 มีนาคม จึงสำคัญ

