เมื่อวันที่ 2 มกราคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มกราคม จะเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีสัญจรไปประชุมที่ จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 25-26 ธันวาคม 2560 ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี พิษณุโลก จำกัด ได้ให้ความสนใจชมการเพาะเลี้ยงสุนัขพันธุ์บางแก้วของกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงในพื้นที่ พร้อมกับซื้อลูกสุนัขบางแก้ว 3 ตัว เพื่อนำไปเลี้ยง 1 ตัว และซื้ออีก 2 ตัว มอบให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี สำหรับลูกสุนัขบางแก้วที่นายกรัฐมนตรีซื้อมีราคาตัวละ 6,000 บาท แต่นายกรัฐมนตรีให้เงินไป 25,000 บาท เนื่องจากต้องการให้เป็นขวัญกำลังใจและเงินขวัญถุงกับผู้เลี้ยง ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้ปรากฏผ่านการนำเสนอของสื่อมวลชน

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การให้หรือรับของขวัญเป็นสุนัขดังกล่าวถือว่าเป็นทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 103 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2543 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐ 2544 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจาก บุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่ออกโดย อาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา ตามหลักเกณฑ์และจํานวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด” และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ประกาศกำหนดไว้แล้วว่าทรัพย์สินจะมีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาทไม่ได้
“ดังนั้น การกระทำของบิ๊กตู่ บิ๊กป๊อก บิ๊กฉัตร จึงเข้าข่ายความผิดต่อกฎหมายดังกล่าวโดยชัดแจ้ง และเพื่อไม่ให้เป็นกรณีที่ผ่านไปโดยกฎหมายไม่มีสภาพบังคับ สมาคมฯจะไปร้องเรียนกับ ป.ป.ช. เพื่อให้วินิจฉัย ตรวจสอบและใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายบัญญัติต่อไป” นายศรีสุวรรณกล่าว


