เมื่อวันที่ 2 มกราคม นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่าหากสถานการณ์ไม่สงบอาจจะเลื่อนการเลือกตั้งว่า อาจเป็นการโยนหินถามทาง ซึ่งต้องถามนักการเมืองว่าจะยอมหรือไม่เพราะโรดแมปก็เลื่อนมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว การที่จะเลื่อนไปอีกโดยอ้างสถานการณ์บ้านเมืองของผู้นำ ก็ทำให้เห็นว่าอาจจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก เพราะคำพูดของผู้นำก็เหมือนสัญญาประชาคม แต่ความไม่แน่นอนของผู้นำทำให้เกิดปัญหา เพราะทำให้คำพูดของผู้นำไม่มีความเป็นจริง
“การพูดอย่างนี้ทำให้การเลือกตั้งที่บอกว่าเป็นไปตามโรดแมป ไม่มีความแน่นอน ท่านอาจจะมองว่าความไม่สงบของประเทศจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบ และบ้านเมืองสงบหรือไม่สงบไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการที่จะต้องกำหนดวันเลือกตั้ง การเลือกตั้งจะต้องมีแน่ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เพราะการเลือกตั้งเป็นเรื่องส่วนรวมของบ้านเมืองมากกว่าที่จะเอามาโยงเข้ากับความไม่สงบของประเทศชาติ” นางสดศรีกล่าว
นางสดศรีกล่าวถึงความเห็นของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. ที่ระบุว่า กังวลหากมีพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งชูให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯคนนอกอาจจะเกิดการต่อต้านเหมือนกับกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ว่าหากประชาชนเห็นชอบให้มีนายกฯคนนอก ก็คงจะไม่มีการต่อต้านและคงไม่มีปัญหา เพราะหากการเลือกตั้งในครั้งหน้า พรรคต่างๆ ก็เข้ามาตามฉันทามติของประชาชนอยู่แล้ว เมื่อเป็นตัวแทนของประชาชนและหากจำเป็นต้องมีนายกฯคนนอก ก็เชื่อว่าประชาชนยอมรับได้ เพราะได้มอบหมายให้ตัวแทนเข้ามาบริหารประเทศ และผ่านการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรที่เข้ามาจากการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า กกต.ชุดใหม่จะมีความพร้อมในการทำงานหรือไม่ นางสดศรีกล่าวว่า ในรุ่นของตนก็จัดการเลือกตั้ง ตอนที่เข้ามาเหมือนกัน ซึ่งในช่วงนั้นมีการจัดการเลือกตั้งในปี 2550 และเมื่อมีการเลือกตั้งก็ไม่ปรากฏความไม่สงบเกิดขึ้น ทุกอย่างผ่านมาด้วยดีแม้จะเป็น กกต.ชุดใหม่ และเชื่อว่าแม้เป็น กกต.ชุดใหม่ก็จะไม่ทำให้เกิดปัญหาในการเลือกตั้งช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

