เลขาฯก.พ.เผยนายกฯยันดำเนินการตามโรดแมป ไม่ระบุเลือกตั้งเดือนไหน ด้านยธ.ชง 2 แผนจับตานักโทษหลังปล่อย หวังลดก่อเหตุผิดซ้ำ พร้อมแผนแก้เหลื่อมล้ำสู้คดี รวย-จน ต้องได้รับความเท่าเทียมเป็นธรรม
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 5 มกราคม ที่กระทรวงยุติธรรม นางเมธินี เทพมณี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)แถลงภายหลังการประชุมว่า นายกฯได้มอบนโยบายเร่งรัดให้ส่วนราชการให้ทำงานบรรลุเป้าหมายโดยเร็ว โดยยึดหลักการปฏิรูประบบราชการ ให้หัวหน้าส่วนราชการตั้งเป้าหมายว่าจะต้องมีการเร่งรัดงานสำคัญที่เป็นไปตามตัวชี้วัดของประเทศให้ไปสู่ประชาชนโดยเร็วในลักษณะประชารัฐ ร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ทั้งนี้ได้มีการตั้งงบประมาณประจำปี 62 โดยงบฯประจำปีที่กำลังใช้อยู่กำลังก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ที่จะมีการเร่งรัดตัวชี้วัดและประเมินหัวหน้าส่วนราชการอย่างเข้มข้น ทั้งนี้นายกฯได้ให้นโยบายว่าให้การทำงานในยุคต่อไปเข้าสู่ในยุคเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผ่านการให้ข้อมูลการบริการสาธารณะทางราชการผ่านระบบไวไฟที่มีการติดตั้งในจังหวัด ตำบลและหมู่บ้าน
นางเมธินี กล่าวว่า นายกฯให้หัวหน้าส่วนราชการจัดลำดับความสำคัญของงานที่แต่ละส่วนราชการมองเห็น เสนอให้นายกฯทราบภายใน 2 สัปดาห์ สำหรับแผนการดำเนินงานแก้ปัญหาความยากจนนั้น แต่ละกระทรวงมีมิติในการแก้ความยากจนของตัวเองอยู่แล้ว ทั้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งทุกกระทรวงจะมีแผนงานแก้ความยากจน ซึ่งนายกฯเน้นย้ำในเรื่องนี้ ขณะที่ตัวเลขตัวเลขค่าของค่าครองชีพประชาชนที่สภาพัฒน์สำรวจอยู่ที่อัตราเฉลี่ย 2,000-2,600 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้อาจต้องปรับเปลี่ยน โดยจะนำตัวเลขนี้ไปเป็นข้อมูลทำงานในไตรมาสนี้ นอกจากนี้นายกฯยังเน้นส่วนราชการให้ข้อมูลกับประชาชนโดยเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้งานเสร็จ
เมื่อถามว่า นายกฯได้พูดถึงโรดแมปเลือกตั้งในที่ประชุมหรือไม่ นางเมธินี กล่าวว่า นายกฯยืนยันว่าส่ิงที่ดำเนินการตามโรดแมปเป็นส่ิงที่นายกฯยึดตามเจตนารมณ์ แต่ในรายละเอียดจะมีการหารือกันต่อไป เมื่อถามว่า ยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนหรือไม่ นางเมธินี ตอบว่า ไม่ได้ระบุว่าเดือนไหน
ด้านนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า สำหรับการดำเนินการงานในแต่ละกระทรวงตามโรดแมปยังคงยึดแนวทางตามโรดแมป ซึ่งต้องพิจารณาตามสถานการณ์ด้วย ส่วนนี้เป็นสิ่งที่มีการพูดคุยกัน ส่วนประเด็นเรื่องเดืนหรือวันเวลาในการเลือกตั้งนั้น ไม่ได้มีการพูดชัด อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงยุติธรรมได้เสนอแผนงานสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเป็นการจัดทำการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงวิเคราะห์ปัญหาการก่ออาชญากรรมซ้ำ ของผู้ต้องหาและเยาวชนที่เป็นเด็ก ซึ่งจะพบว่านักโทษเมื่อได้รับการปล่อยตัวในปีแรก พบว่าจะกระทำความผิดซ้ำประมาณ 17% และในปีที่สอง ตัวเลขจะสูงขึ้นเป็น 22% และจะขยับขึ้นเป็น 27% ในปีที่สาม ถือเป็นการวัดตามค่ามาตรฐานสากล ทั้งนี้การดำเนินการเราได้นำเอาข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อดูว่าปัญหาและเงื่อนไขที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนมีความแตกต่างอย่างไร และการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี้ จะทำหน้าที่ในการทำนายสามารถสร้างกลไกตอบสนองผู้ต้องขังแต่ละคนได้ชัดเจนขึ้น คล้ายๆกับการทำประวัติเครดิต ของการกู้ยืมเงินในปัจจุบัน เป้าหมายที่จำทำให้เห็นผลในระยะเวลาสามปี คือการลดอัตราการกระทำความผิดซ้ำประมาณ 10% ตรงนี้นายกฯได้รับทราบแผนงานนี้แล้ว
นายวิศิษฏ์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่สองที่กระทรวงยุติธรรมเสนอคือ เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในต่างจังหวัด โดยในแผนงานจะประสานกับกระทรวงมหาดไทย สร้างกลไกยุติธรรมชุมชน ยุติธรรมจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมาย ทนายความ และคำปรึกษาต่างๆ และปีนี้จะมีกระบวนการดังกล่าวทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรม โดยมีเป้าหมายลดปัญหาข้อพิพาท และความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวย ที่จะต้องได้รับความยุติธรรม ทั้งนี้นายกฯไม่ได้เน้นย้ำคดีใดเป็นพิเศษ หากแต่เป็นการมองภาพรวมประชาชน คนยากจน กับคนร่ำรวยควรจะได้รับการปฏิบัติทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

