หน้าแรก การเมือง จี้ กสทช.-นาย...

จี้ กสทช.-นายกฯ รับผิดชอบความเสียหาย-ค่าเสียโอกาส หลัง ‘แจส’ ไม่จ่าย 4G

22.03.16 | 14:47 น.

“ปึ้ง” จี้ กสทช.-รมต.ไอซีที-นายกฯ รับผิดชอบความเสียหาย-ค่าเสียโอกาส หลัง Jas ไม่จ่ายค่าประมูล 4G

วันที่ 22 มีนาคม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า การที่บริษัท Jas Mobile ไม่นำเงินมาชำระค่างวดงวดแรกตามที่ได้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 4G จากกสทช. มูลค่ารวมกว่า 75,000 ล้านบาทเมื่อวานนี้ และเป็นเหตุให้ รัฐต้องเกิดความเสียหาย เสียเวลาและเสียโอกาส ซึ่งเมื่อคิดเป็นมูลค่าเป็นตัวเงินออกมาแล้วก็คงจะมีมูลค่าสูงมากทีเดียว แต่ความรู้สึกและความสูญเสียทางจิตใจของเจ้าของคลื่นความถี่ซึ่งก็คือประชาชนคนไทยนั้นคงจะประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามเราได้มีคณะกรรมการ กสทช. มาทำหน้าที่จัดสรรดูแลคลื่นความถี่และจัดการในเรื่องการประกวดราคาครั้งนี้ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่าคณะกรรมการกสทช. จะต้องแสดงความรับผิดชอบเช่นไร กับค่าเสียโอกาสและค่าเสียเวลาที่เกิดขึ้นในโครงการนี้ และรัฐมนตรีไอซีที จะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดก็คงจะปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ก็อยากจะถามท่านนายกฯ ว่าท่านจะรับผิดชอบและชดใช้ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งค่าเสียโอกาส ค่าเสียเวลา รายได้จากการประมูลใหม่ที่อาจจะลดน้อยลงกว่าเดิม รายได้ที่ควรจะได้รับล่าช้าไปกว่ากำหนดเวลาเดิม ดอกเบี้ยจากเงินต้นที่ไม่ได้รับมาตามกำหนดเวลา ฯลฯ รัฐบาลจะทำอย่างไรและใครต้องชดใช้เงินที่สูญหายไปในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ กระทรวงการคลังต้องเรียกร้องความเสียหายทางละเมิด กับใครบ้าง หรือต้องฟ้องร้องในคดีแพ่งเอาผิดกับคณะกรรมการกสทช.หรือไม่ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที จะต้องรับผิดชอบความเสียหายในคดีแพ่งด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะต้องถูกข้อกล่าวหาเฉกเช่นเดียวกันกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วยหรือไม่ กล่าวคือปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายต่อรายได้ของรัฐอันพึงได้จากคลื่นความถี่ 4G ที่ประมูลได้โดยภาคเอกชน

“ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบหาความจริงให้ปรากฏและหาผู้รับผิดชอบมาเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมา เพราะเหตุการณ์เช่นนี้อาจถือได้ว่าเกิดจากการบริหารงานที่เลินเล่อผิดพลาดของรัฐบาลชุดนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ ก็เป็นได้ ความรับผิดชอบต่อความเสียหายของรัฐต้องมีมากกว่าการทำแค่เพียงยึดเงินมัดจำจากบริษัท Jas Mobile เพียงแค่ 600 กว่าล้านบาทเท่านั้น” นายสุรพงษ์ กล่าว