เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.ให้สัมภาษณ์ถึงความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่เปิดเผยว่าทาง ป.ป.ช.เตรียมแก้ไขประกาศ ป.ป.ช. เพื่อเพิ่มมูลค่าให้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่รัฐ จากเดิม 3,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่เคยมีการหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่อย่างใด
เลขาฯ ป.ป.ช.กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังร่าง พ.ร.ป.ป.ป.ช. ที่จะต้องประกาศใช้ตามรัฐธรรมนูญใหม่ จึงไม่ทราบว่าเกณฑ์จำนวนมูลค่าในการรับทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น จะถูกบรรจุอยู่ในมาตราใด ซึ่งข้อเสนอของนายวิษณุเป็นเพียงความเห็นหนึ่ง ที่ต้องขอบคุณ แต่หลักการทำงานของ ป.ป.ช.เมื่อจะมีการยกร่างกฎระเบียบ หรือประกาศใด จะต้องรับฟังความเห็นของหลายๆ ฝ่าย เพื่อให้เกิดความรอบคอบ รอบด้าน อีกทั้งเรื่องเกณฑ์การรับของมีค่า ของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้น การรับฟังความเห็นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
“คงไม่ถึงขั้นต้องเปิดเวทีรับฟัง เพียงแต่ฟังเสียงสะท้อนแนวคิดนี้จากสังคม เพราะเรื่องนี้บางคนก็บอกว่าตัวเลข 3,000 บาท มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2542 ควรปรับปรุง แต่บางคน เห็นว่าการให้ประมาณนี้เป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมดีอยู่แล้ว ส่วนตัวตนมองว่าเกณฑ์ที่มีอยู่เดิมก็ยังมีความเหมาะสมอยู่” นายวรวิทย์กล่าว
นายวรวิทย์กล่าวว่า สำนักกฎหมายของสำนักงาน ป.ป.ช.ที่รับผิดชอบในการร่างกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่จะพิจารณาอนุบัญญัติต่างๆ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และในการพิจารณากฎหมายจะดูความสำคัญก่อนหลัง เรื่องเกณฑ์การรับของมีค่านี้นั้น น่าจะจัดอยู่ในความสำคัญลำดับท้าย เนื่องจากสิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญลำดับแรกคือเรื่องของระบบการทำงานของสำนักงาน ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีการกำหนดเงื่อนไขเวลาที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ป.ป.ช.จึงต้องมีการปรับระเบียบวิธีการและระยะเวลาในการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

