หน้าแรก การเมือง สามารถ ค้านให...

สามารถ ค้านให้อำนาจกกต.บุกค้นโดยไม่มีหมายศาล หวั่นเกิดเลือกปฏิบัติ

8.01.18 | 16:36 น.
แฟ้มภาพ

“สามารถ” เผย ท้องถิ่นมีพร้อมสำหรับการลต. มองอดีตส.ส.ช่วยหาเสียงไม่มีปัญหา เหตุเป็นเพียงปชช.ทั่วไปแล้ว พร้อมค้านให้อำนาจกกต.บุกค้นโดยไม่มีหมายศาล หวั่นเกิดเลือกปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมการเลือกตั้งท้องถิ่นในพื้นที่ต่างๆ ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าร่างประมวลกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ที่ทราบคือทางท้องถิ่นมีความพร้อมในการเลือกตั้ง รอว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อใด คนที่อยู่ในตำแหน่งก็เริ่มคิดว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตจะอยู่แบบนี้หรือจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลควรตัดสินใจเรื่องนี้ให้ชัดเจน ส่วนส.ส.สามารถช่วยท้องถิ่นหาเสียงเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น ต้องบอกว่าวันนี้ถือว่าไม่มีส.ส. เพราะทุกคนเป็นเพียงประชาชนธรรมดา และเป็นอดีตส.ส.ทั้งนั้น มองว่าเขาจะช่วยหรือสนับสนุนใครก็เป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่มีสิทธิทำได้ภายใต้กรอบที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ให้คุณให้โทษกับผู้สมัครคนใดคนหนึ่งก็สามารถทำได้ อีกทั้งเท่าที่ติดตามข่าวสารมาก็เห็นว่าเจ้าหน้าที่กกต.ก็ยังลำบากใจกับการปฏิบัติตามร่างกฎหมายของกฤษฎีกา ตนมองว่าถ้าเป็นเช่นนี้ก็จะมีการใช้มาตรา 44 มาแก้ปัญหา เหมือนที่ออกคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 ขึ้น ซึ่งก็ยังมีปัญหาอยู่เช่นเดิม


นายสามารถ กล่าวกรณีกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.การเลือกตั้งส.ส.ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เสนอเพิ่มมาตราขึ้นใหม่โดยกำหนดให้ระหว่างการเลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) สามารถเข้าตรวจค้นผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยไม่ต้องมีหมายศาลว่า กรณีนี้ควรมีอำนาจตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ไม่ควรให้อำนาจหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งดำเนินการอย่างเบ็ดเสร็จเพราะอาจเกิดการหมิ่นเหม่และเลือกปฏิบัติได้ ถ้าคิดว่าผู้สมัครจะทำผิดก็ควรไปขอหมายศาลจะดีกว่าซึ่งไม่น่าเป็นเรื่องยากอะไร หลักกฎหมายควรจะต้องตรวจสอบถ่วงดุลได้ การให้อำนาจองค์กรใดองค์กรหนึ่งอย่างเบ็ดเสร็จก็จะเป็นปัญหามากกว่าเกิดผลดี ส่วนข้อเสนอให้แก้ไขประกาศป.ป.ช.เพื่อเพิ่มมูลค่าให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถรับทรัพย์สินได้มากกว่า 3,000 บาทนั้น ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเพราะเหมือนกำลังไปตามกระแสให้เท่ากับราคาลูกสุนักหรือไม่ การจะปรับวงเงินเพื่อเอาใจคนใดคนหนึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามตนมองว่าการกำหนดรับทรัพย์สินไม่เกิน 3,000 บาท ก็มีเหตุมีผลดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับเพิ่มวงเงินขึ้นอีก