เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกมิจฉาชีพล้วงกระเป๋า นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 ธนาคาร รวม 9 บัญชีและถูกจำคุก จะมีมาตรการในการป้องกันกรณีนี้อย่างไรว่า คนที่จะทำธุรกรรมกับบัตรประชาชนจะต้องเป็นคนดำเนินการไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย ถ้าธนาคารจะเปิดบัญชีก็สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากมีระบบตรวจสอบที่มา สามารถดูได้จากรูปร่างหน้าตาหรือบัตรประชาชน หรือระบบตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย และตอนที่ น.ส.ณิชาปฏิเสธว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิดก็สามารถสอบถามมายังกระทรวงมหาดไทยได้ หรือไปที่ธนาคารเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด หรือลายมือเทียบก็สามารถที่จะทำได้ ทางมหาดไทยให้บริการได้ทุกอย่างเพื่อสนับสนุนทุกหน่วยไม่ให้เกิดการโดนคดีโดยที่เจ้าตัวไม่ได้กระทำผิด
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ธนาคารต่างๆ เคยมาขอความร่วมมือใช้เทคโนโลยีหรือขอข้อมูลกับกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ธนาคารมีการลงนามความร่วมมือหรือเอ็มโอยูกับมหาดไทยทุกธนาคาร สามารถตรวจสอบบัตรประชาชนได้หมด ถ้าติดตั้งเครื่องตรวจสอบในสาขาดังกล่าวจะสามารถตรวจสอบในขั้นต้นได้ โดยในขั้นแรกจะเป็นการตรวจสอบยืนยันว่าใช่คนคนนั้นหรือไม่ ขั้นที่สอง หากอยากทราบข้อมูลเชิงลึกก็มีข้อตกลงที่สามารถทำได้ แต่ธนาคารจะต้องมีโปรแกรมที่เชื่อมโยงกับกระทรวง ซึ่งขณะนี้ธนาคารที่ใช้ระบบการตรวจสอบแบบนี้มากที่สุดคือธนาคารมิซูโฮ และธนาคารต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ แต่ในส่วนธนาคารของไทยไม่ใช้การตรวจสอบแบบนี้เลย

