‘ส.ส.อีสานเพื่อไทย’ เข้าอวยพรแกนนำพรรค ยันจะเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อไทยไม่ไปไหน ด้าน หน.พรรคขอให้ทุกคนอย่าหวั่นไหว-เตรียมตัวเลือกตั้งให้พร้อม ชี้ พรรคฝ่าอุปสรรคมาได้ชนิดที่เรียกว่า ‘รอดอย่างปาฏิหาริย์’
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 10 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีต ส.ส.อีสาน พรรค พท. เดินทางมาอวยพรปีใหม่ผู้ใหญ่ของพรรค คือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส มีการจับกลุ่มคุยกันตามมุมต่างๆ อย่างสนุกสนานเนื่องจากไม่ค่อยได้เจอกันหลังจากมีการยึดอำนาจ
ทั้งนี้ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคพท. เป็นตัวแทนของ ส.ส.ภาคอีสาน กล่าวอวยพรปีใหม่แกนนำพรรค พท. ว่านับตั้งแต่มีประกาศวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พวกตนยอมรับว่าพวกตนไม่มีโอกาสมากราบคารวะผู้ใหญ่ทั้งหลายไม่ว่าจะด้วยฐานะใด หรือเวลาใดก็ตามทั้งที่ใจอยากจะมา แต่ด้วยคำสั่งทำให้พวกตนต้องเคารพ และปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตาม ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา พวกตนในฐานะนักการเมืองก็เฝ้าติดตาม ดีใจเมื่อเดือนเมษายน 2560 เราได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เข้าใจว่าเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้วก็มีการเตรียมตัวกันในพื้นที่ของตัวเอง ต่อมาดีใจยิ่งขึ้นเมื่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งประกาศใช้บังคับ เราอ่านมาถึงมาตรา 141 ดีใจที่เห็นชื่อพรรค พท. และพรรคอื่นๆ ยังคงอยู่ ก็คิดว่าเราจะดำเนินการไปตามที่ พ.ร.ป.กำหนด แต่เนื่องจากมีอุปสรรคตรงนี้ก็ยังไม่เปิด เราจึงหยุดนิ่งในภูมิภาคของตนเอง
นายประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เราขอเปิดความในใจว่า สถานะของพี่น้องชาวอีสานถูกจับตามองว่าจะอยู่หรือจะไป เพราะภาคอีสานเป็นภาคที่เป็นพื้นที่ใหญ่ มีการแข่งขันสูง ซึ่งตนเรียนหัวหน้าแทนเพื่อนอีสานกว่า 100 ชีวิตว่า พวกตนขอยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคนี่คือคำมั่นสัญญา
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายประยุทธ์ได้อ่านกลอนให้แก่บรรดาแกนนำพรรคฟังด้วยว่า “ ชีวิตนี้ให้ใครไม่ได้แล้ว จะผ่องแผ้วมืดมิดไม่คิดหนี ขอมอบให้เพื่อไทยทั้งชีวี จะสิ้นลมตรงนี้ก็ยอมตาย”

ด้าน พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ตนในนามของคณะผู้บริหารพรรค พท. ขอขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ทุกท่านเสียสละเวลาเดินทางมาอวยพรคณะกรรมการบริหาร ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ผ่านมาประมาณสามปี ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ทำให้เราต้องห่างเหินกัน ดังนั้น การทำงานของคณะกรรมการรักษาการพรรคได้ประคับประคองพรรคให้ผ่านคลื่นลมที่แสนโหดมาตลอด พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาพรรคไว้ให้พี่น้องประชาชนที่หวังพึ่งพิงพรรค มาวันนี้คิดว่าคงจะรอดแล้ว คงจะฝ่าฟันอุปสรรคชนิดที่เรียกได้ว่า รอดอย่างปาฏิหาริย์
“อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสถานการณ์ขณะนี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม จะมีคำว่าจะเลือกตั้งหรือสืบทอดอำนาจอย่างไรก็แล้วแต่ ก็อย่าไปฟัง ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นไปอย่างไหน ไม่ต้องไปสนใจ ขอให้เราเตรียมการเลือกตั้งให้พร้อม เพราะภาคสังคมและทุกฝ่ายต่างต้องการให้มีการเลือกตั้ง แต่สถานการณ์ก็อาจทำให้หลายฝ่ายคิดว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง มีข่าวว่าจะมีคนมาแยกพวกเราออกไป ก็ขอให้อย่าหวั่นไหว ยืนยันว่าพรรคยังยึดมั่นในสิ่งที่พรรคเคยยึดมั่น คือยึดมั่นที่จะเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของประชาชน จะต่อต้านระบอบเผด็จการ และยึดมั่นที่จะช่วยเหลือพี่น้องระดับรากหญ้า สิ่งเหล่านี้ขอให้พี่น้องของเรามั่นใจว่าพรรคจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ตนถือโอกาสอวยพรให้ทุกท่านประสบความสุข ความเจริญ มีกำลังใจเพื่อเป็นที่พึ่งที่หวังให้พี่น้องประชาชน และขอให้เชื่อมั่นในประชาชนที่ให้โอกาสกับพวกเรามา หากท่านคิดหวังสิ่งใดที่เป็นสิ่งที่ดีก็ขอให้ประสบความสำเร็จ”
ขณะที่นายภูมิธรรมกล่าวว่า ได้ฟังนายประยุทธ์พูดก็ปราบปลื้ม และทำให้ตนมีกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ และรับใช้พี่น้องประชาชน และพวกท่านทุกคนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เราไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะเรามีใจร้อยใจกัน และใจของเรารัดกันไว้ด้วยพี่น้องประชาชนและความหวัง เราจะฝ่าสิ่งนี้ไปได้โดยไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเราได้


