ชทพ.ไม่หวั่นถูกซื้อตัวอดีต ส.ส. “วราวุธ” ลั่น “ถ้าเขามาช้อปเรา เราก็ช้อปเขาบ้าง”
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2561 ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงว่า ตนขอให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เดินหน้าตามโรดแมปการเลือกตั้ง ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 แต่อย่างไรก็ดี ตามเงื่อนไขเวลาที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ประกอบที่แก้ไขตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 นั้น ตนมีข้อกังวลว่าพรรคจะดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามเงื่อนไขเวลาที่กำหนดไว้ และอาจสุ่มเสี่ยงกระทบต่อสถานะของพรรคการเมืองได้ เพราะหากนับเวลาที่ คสช.ให้พรรคมีสิทธิดำเนินการได้ในเดือนเมษายน และกำหนดเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2561 ถือว่ามีเวลาดำเนินการกระชั้นชิดอย่างมาก ทั้งกรณีการหาผู้สมัคร ส.ส.ตามระบบไพรมารีโหวต ที่คาดว่าจะใช้เวลานานกว่า 1 เดือน เพราะมีขั้นตอนประชุมใหญ่เพื่อตั้งกรรมการ และลงมติผู้ที่ผ่านระบบการเลือกตั้งขั้นต้นในจังหวัดต่างๆ ที่ตนมองว่าเป็นกติกาที่ออกมาสร้างความลำบากให้กับทุกพรรคการเมือง และเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าการลดเวลาหาเสียงเลือกตั้ง เพราะหากให้เวลาหาเสียงเพียง 20-35 วัน ทางพรรคมีกลยุทธ์ที่จะทำได้ แต่หากพรรคทำกิจกรรมตามกฎหมายกำหนดไม่ทันนั้น จะถือเป็นความเสี่ยงที่จะไร้พรรค
นายวราวุธกล่าวต่อว่า ตนยังเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญของ สนช. ซึ่งพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งให้พิจารณาสร้างมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งแทนการเพิ่มบทลงโทษ หรือมีมาตรการลงโทษที่รุนแรง ส่วนกรณีที่ กมธ. สนช.มีแนวคิดให้การหาเสียงแสดงมหรสพเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนร่วมฟังงานปราศรัยนั้น ถือเป็นแนวคิดที่ดูตลก ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคชาติไทยพัฒนาในการวางตัวผู้สมัครว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหว ทั้งประเด็นการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.หรือการดึงอดีต ส.ส.จากพรรคอื่นเข้าสังกัดด้วย เพราะยังถูกห้ามทำการเมืองอยู่ แต่ที่ผ่านมาก็มีจังหวะพบปะพูดคุยกับอดีตนักการเมืองและอดีต ส.ส.ของพรรคต่างๆ ที่มีจังหวะได้พบปะพูดคุยกันบ้าง แต่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการดึงตัวผู้สมัคร ส.ส. ส่วนประเด็นที่อดีต ส.ส.หรือนักการเมืองของพรรคชาติไทยพัฒนาจะถูกซื้อตัวนั้น เท่าที่ตนทราบยังไม่มี แต่ถึงมี ถ้าเขามาช้อปเรา เราก็อาจไปช้อปเขาบ้างก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงประเมินโอกาสที่นายกฯจะมาเป็นน้องใหม่ลงสนามการเมืองหลังประกาศตัวเป็นนักการเมือง นายวราวุธกล่าวว่า หากใช้คำว่าน้องใหม่ทางการเมือง เป็นภาพที่ตนนึกไม่ออกจริงๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังไม่เกิดขึ้น และคิดว่า เมื่อถึงเวลาจริง พล.อ.ประยุทธ์อาจจะบอกว่า พอแล้ว ไม่เอาแล้วก็ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน หากนายกฯจะตัดสินใจลงสมัครก็เป็นสิ่งที่ท่านทำได้ แต่ทางพรรคยังไม่ขอแสดงท่าทีใดๆ จะไม่พูดดักทาง หรือให้ความเห็นที่เป็นการจำกัดทางเดินหรือผูกมัดตัวเอง
ด้านนายเสมอกัน เที่ยงธรรม อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า รู้สึกห่วงกฎหมายที่กำลังจะออกมา โดยเฉพาะในประเด็นผู้ออกมาใช้สิทธิ หลายเรื่องอาจทำให้ผู้คนรู้สึกเบื่อการเมือง เพราะประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้งมานานตั้งแต่ 2554 จึงอยากฝากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงวัฒนธรรม และที่สำคัญคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องช่วยกันปลูกฝังให้แก่เยาวชนผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนได้เข้าใจถึงข้อบังคับหรือบทลงโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ กกต.บางประเทศมีการแจกของชำร่วยในการเลือกตั้ง ไม่ใช่นักการเมืองเป็นคนแจกเพื่อจูงใจให้ประชาชนมาใช้สิทธิ ตนอยากให้มองอย่างนั้น มากกว่าที่จะมาออกกฎระเบียบเพื่อลงโทษ แต่ให้ลองคิดกลับกัน ว่าจะต้องให้ 1 เสียงมารวมกันเป็นหลายๆ เสียง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น อย่าคิดว่า เป็นแค่ 1 เสียงจะช่วยอะไรได้ จึงขอให้ทุกคนช่วยกันมาออกเสียง เพื่อทำให้มีปากมีเสียงในเรื่องการเลือกตั้งเพื่อพัฒนาประเทศ

