‘วัฒนา’อัดกรธ.อย่าทำให้คำว่าปชต.แปดเปื้อน ชำแหละร่างฯ’มีชัย’ยังไงก็แย่กว่าบวรศักดิ์

23.03.16 | 09:21 น.

วันที่ 23 มีนาคม นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นกรณีผลการพิจารณาข้อเสนอแม่น้ำ 4 สาย โดยระบุว่า คนที่ติดตามผลการพิจารณาบทเฉพาะกาลของ กรธ. คงคิดเหมือนผมว่า กรธ.จะมาต้มคนไทยไปเพื่ออะไร ถ้า กรธ.แถลงอย่างลูกผู้ชายว่า กรธ.ต้องทำตามข้อเสนอของ คสช. เพราะเป็นคนตั้งพวกเค้ามา ผมก็คงจะให้อภัยเพราะเผด็จการตั้งท่าน ท่านก็ย่อมรับใช้เผด็จการ แต่การที่ กรธ.มาแถลงโดยอ้างเหตุผลที่ต้องทำเพื่อ “ป้องกันไม่ให้ระบอบประชาธิปไตยและความมั่นคงของชาติล้มครืนลง” นั้น เป็นสิ่งที่ผมรับไม่ได้ โดยเฉพาะคำว่า “ประชาธิปไตย” แปลว่าประชาชนเป็นใหญ่หรืออำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน จึงไม่คู่ควรที่ กรธ.จะเอ่ยอ้างคำนี้ให้แปดเปื้อน

คสช.เสนอขอปรับปรุงบทเฉพาะกาลมา 3 เรื่อง เลยกรอบระยะเวลาที่ กรธ.กำหนดถึงเกือบหนึ่งเดือน แต่ กรธ.กลับรับไว้ดำเนินการให้ทั้งที่ผิดเงื่อนไข ส่วนผลการพิจารณาผมมีความเห็นดังนี้

(1) การที่ กรธ.ยืนยันวิธีการเลือก ส.ส.ให้เป็นไปตามเดิม ไม่ได้เป็นการคุ้มครองสิทธิประชาชนเพราะรูปแบบการเลือกตั้งที่ กรธ.กำหนดไว้แต่แรกนั้นก็คือการจำกัดสิทธิประชาชนอยู่แล้ว

(2) การให้มี ส.ว.จากการสรรหาจำนวน 250 คน คือการทำตามข้อเสนอทั้งหมด ส่วนที่อ้างว่า 50 คนขอให้มาจากสาขาวิชาชีพที่ กรธ.กำหนดก็ไม่ได้ทำให้มีผลเปลี่ยนแปลง เพราะสุดท้ายก็คือ ส.ว. มาจากการสรรหาทั้ง 250 คน สำหรับ 6 คนที่ยกเว้นให้เป็นข้าราชการประจำได้ก็คือ 6 ตำแหน่งที่ขอไว้ให้ ผบ.เหล่าทัพนั่นเอง ส่วนที่อ้างว่าไม่ได้ให้อำนาจ ส.ว.เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติ ก็ไม่ได้ทำให้ ส.ว.สรรหามีอำนาจน้อยลง เพราะยังมีอำนาจผลักดันกฎหมายการปฏิรูปที่ตีความได้กว้างขวางมาก มีสิทธิลงมติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อรวมกับอำนาจที่มีในร่างเดิมแล้วสามารถขัดขวางการทำงานของตัวแทนที่มาจากประชาชนได้ทุกเรื่อง

(3) ส่วนเงื่อนไขที่กำหนดว่า การเลือกนายกฯจากบุคคลที่ไม่เคยถูกพรรคการเมืองเสนอชื่อต้องใช้เสียง 2/3 ของรัฐสภาคือ 500 คน จึงจะเปิดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ได้นั้น ฝ่าย คสช.มี ส.ว.สรรหาที่พร้อมจะยกมือทันที 250 คน เมื่อรวมกับพรรคอื่นๆ ที่พร้อมจะร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก็มีเสียงเกิน 500 คน สามารถเรียกประชุมได้แล้ว ส่วนการยกมือเลือกนายกฯที่อยากมีอำนาจแต่ขี้ขลาดไม่กล้าแสดงตัว ใช้เสียงเพียงเกินกึ่งหนึ่งหรือ 251 เสียงเท่านั้น จึงแย่เสียยิ่งกว่าร่างของนายบวรศักดิ์ที่กำหนดให้ต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2/3 ของ ส.ส.ทั้งหมด

Advertisement

สิ่งที่ กรธ.ดำเนินการมานั้นคือการเอาอำนาจของประชาชนไปมอบให้กับตัวแทนของเผด็จการ ส่วนผมเป็นนักการเมืองที่มาจากประชาชนมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์เพื่อสนองคุณข้าวแดงแกงร้อนของประชาชน จากนี้ไปจึงเหลือทางเดียวคือประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจจะต้องออกมาปกป้องสิทธิของตนเองด้วยการออกเสียงลงประชามติ ซึ่งทุกคนต้องยอมรับการตัดสินใจของประชาชน วันที่ 7 สิงหาคม 2559 เป็นวันออกเสียงลงประชามติ มาพิสูจน์กันว่าเผด็จการที่ใหนในโลกไม่มีทางใหญ่กว่าประชาชน