หน้าแรก การเมือง ‘เพื่อไทย’ถาม...

‘เพื่อไทย’ถาม‘บิ๊กตู่’ ปชต.แบบไทยนิยมเป็นแบบไหน? ต้องผสม‘เผด็จการ’หรือไม่!

14.01.18 | 07:04 น.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 13 มกราคม นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ระบุในระหว่างมอบโอวาทเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาลตอนหนึ่งว่าประชาธิปไตยมีแน่นอน แต่เป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยม แบบไทยๆ โดยที่ต้องไม่ผิดกติกาของคนอื่น ว่า

หลักการประชาธิปไตยต้องว่าไปตามหลักสากล คืออำนาจเป็นของประชาชน ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และศรัทธาในประชาชนเท่านั้น จะไปบิดพลิ้วให้แตกต่างไปจากหลักสากลที่มีอยู่ได้อย่างไร ที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยมไม่ทราบว่านายกฯคิดและหมายความถึงอะไร ต้องถามจากนายกฯว่า ไทยนิยมเป็นอย่างไรเพราะเราก็ยังไม่รู้

แต่ตนเห็นว่าถ้าจะไปคิดแทนประชาชน ไปวางยุทธศาสตร์ 20 ปี หรือเขียนกติกาที่ทำให้ประชาชนด้อยคุณค่า ทำให้อำนาจของประชาชนหายไปโดยกรอบของกติกาที่ผู้มีอำนาจวางเอาไว้ ไม่น่าจะใช่หลักประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

นายสามารถ กล่าวว่า วันนี้แม้แต่กติกาที่เขียนก็เพี้ยนไปจากหลักสากลอยู่แล้ว เช่น รัฐธรรมนูญที่กำหนดการเลือกนายกรัฐมนตรีต้องไปเรื่องในที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งมีตัวแทนที่ไม่ได้มาจากประชาชน ยิ่งกว่านั้นจะมีปัญหาหากพรรคการเมือง ไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งหรือ 376 เสียง ก็เลือกนายกฯไม่ได้ ผู้แทนมี 500 คนที่มาจากประชาชนเลือก

สมมุติว่าพรรคใดพรรคหนึ่งได้ 251 เสียง เป็นเสียงข้างมาก ผู้นำพรรคนั้นถือว่าประชาชนให้ความยินยอมมาเป็นนายกฯแล้ว แต่วันนี้กลับเอาเสียง 500 คนไปประชุมร่วมกับบุคคลที่คสช.แต่งตั้ง 250 คน รวมเป็น750 คน แล้วมาบอกว่าคนที่จะได้เป็นนายกฯต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของ 750 คน คือ 376 เสียง ทำให้พรรค ที่ได้เกินกึ่งหนึ่งคือ 251 เสียง ไม่มีโอกาสจะได้เป็นนายกฯ

Advertisement

ขณะเดียวกันถามว่าถ้าผู้มีอำนาจจะเอาบุคคลที่ตั้งมา 250 คนไปบวกกับสมาชิกพรรคที่ควบคุมได้เพื่อให้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งก็ไม่ง่าย การเขียนกติกาอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร เพราะเป็นประชาธิปไตยที่มีส่วนผสมของเผด็จการอยู่ด้วย ฉะนั้นคำว่าประชาธิปไตยแบบไทยนิยมถ้าจะให้ตนตีความคือประชาธิปไตยที่มีส่วนผสมของเผด็จการชี้นำอยู่ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตว่าหากจะตีความประชาธิปไตยแบบไทยๆ หมายถึงการคำนึงถึงประโยชน์ให้กับกลุ่มหรือพวกพ้องตัวเองก่อนหรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า ประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจจะเฝ้ามองและคอยตรวจสอบอยู่ ใครทำไม่ดีถึงเวลาเลือกตั้งประชาชนจะเป็นคนตัดสินไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะอยู่ครบหรือไม่ครบ4 ปี ถ้าเห็นว่าไม่ดีก็ไม่เลือก และบุคคลหรือพรรคการเมืองนั้นๆ

ต้องยอมรับผลที่ตามมาว่าประชาชนให้ความนิยมหรือไม่ เราต้องตามใจประชาชน จะไปดูถูกว่าประชาชนไม่รู้ไม่ได้ ในอนาคตระบบการศึกษาและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารพัฒนายิ่งขึ้น เชื่อว่าไม่มีใครยอมให้ใครมาจูงจมูกได้ เพราะประชาชนพัฒนามากแล้ว อย่าไปคิดแทนประชาชน ดังนั้นความคิดของคนแค่ 3-4คน แล้วจะมาบอกให้คนอื่นต้องคิดตามเป็นอย่างนั้น ต้องออกแบบอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว

“ผมไม่เชื่อที่นายกฯพูดถึงประชาธิปไตยแบบไทยนิยม จะหมายความคือการยอมรับบุคคลที่ประชาชนให้ความนิยมและเลือกเข้ามาทำงานด้วยเสียงข้างมา ซึ่งทุกคนต้องยอมรับ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคือหลักสากล ที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจให้การยอมรับใครมอบใครเป็นเสียงข้างมากคนนั้นควรเป็นผู้ที่เข้ามาดูแลบริหารประเทศตามเวลาที่กติกากำหนดไว้และตีความได้ว่าไทยนิยมที่นายกฯพูดบวกกับกติกาต่างๆที่เขียนออกมา น่าจะมีอคติกับฝ่ายการเมืองแน่นอน”