เหมือนกับ “ประชาธิปไตยไทยนิยม” จะเป็นพัฒนาการต่อจากประชาธิปไตยแบบ “ไทยๆ” ในยุค จอมพลถนอม กิตติขจร
อาจเป็นเช่นนั้น
ขณะเดียวกัน ก็มีความสัมพันธ์กับบรรยากาศ “นิยมไทย” ในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม
และประชาธิปไตยแบบมี “เอกลักษณ์” ของท่าน สี เจิ้น ผิง
เพียงของท่านสี เจิ้น ผิง เป็นประชาธิปไตยแบบมี “เอกลักษณ์ จีน”
และของเราเป็น “ประชาธิปไตยไทยนิยม”
การจะเข้าใจ “ประชาธิปไตยไทยนิยม” จึงต้องเข้าใจ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เข้าใจ จอมพล ถนอม กิตติขจร
และต้องเข้าใจ “สี เจิ้น ผิง”
คำว่า “ไทยนิยม” เป็นคำใหม่ กำเนิดขึ้นในบรรยากาศเปลี่ยนผ่าน จาก “สยาม” มาเป็น “ไทย”
ในยุค “เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย”
มีพื้นฐานมาจากความคิด “ชาตินิยม” ซึ่งผลักดันจากหลวงวิจิตรวาทการผ่าน จอมพล ป.พิบูลสงคราม
หากอยากรู้ให้ไปดู “ตึกไทยนิยม” ริมถนนราชดำเนิน
ส่วนคำ “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” เริ่มขึ้นในยุควางเสาเข็มให้กับพรรคสหประชาไทยผ่านบทความสถานีวิทยุ 20
เป็นการคิดประดิษฐ์โดย นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ส่งผ่าน จอมพลถนอม กิตติขจร ไปยัง พล.ท.แสวง เสนาณรงค์ พ.อ.สนอง ถมังรักษ์สัตว์
และจำหลักหนักแน่นผ่านระเบียบการพรรคสหประชาไทย
ถามว่าแล้วสัมพันธ์กับ สี เจิ้น ผิง แห่งจีนได้อย่างไร
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร เติบใหญ่ในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม
เคยเป็น ส.ส.หนึ่งเดียวของพรรคคอมมิวนิสต์ไทย
หลังรัฐประหาร 2490 เคยเดินทางไปศึกษา ณ สถาบันลัทธิ มาร์กซ เลนิน ประเทศจีน และคิด “ต่าง” กับพรรคคอมมิวนิสต์ไทยจึงเดินทางกลับ
แล้วคิดประดิษฐ์สร้าง “ลัทธิประชาธิปไตย” โดยมีคำว่า “ไทย” ต่อท้าย
ต่อท้ายกระทั่งกลายเป็น “ประชาธิปไตยไทยนิยม”

