มีแนวโน้มเด่นชัดยิ่งขึ้นว่าภารกิจเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการที่แม่ฮ่องสอนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อาจไม่ราบรื่นแม้ไปยืนอยู่บนเนินเขา
แม้แม่ฮ่องสอนจะเป็น”จังหวัดเป้าหมายที่มีความสำคัญอันดับสูงในการแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาลเพื่อให้ประ ชาชนมีคุณภาพที่ดีขึ้น”
แม้แม่ฮ่องสอน”มีปัญหาความยากจนอยู่ในอันดับต้นของประเทศ มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันและสลับซับซ้อน”
มิใช่เพราะว่าแม่ฮ่องสอนอยู่ใน”ภาคเหนือ”
ภาคเหนืออันถือว่าเป็นพื้นที่ที่ประชาชนให้ความวางใจคนของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างสูง
หากแต่เพราะว่าเหลืออีก 300 กว่าวันก็”เลือกตั้ง”
อาจมีเสียงท้วงติงถึงการเดินสายของคสช.และรัฐบาลจากพรรค เพื่อไทย
ไม่ว่าจะเป็นเสียง นายพิชัย นริพทะพันธุ์
ไม่ว่าจะเป็นเสียง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
แต่ว่าเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ เสียงจากพรรคชาติไทยพัฒนา ต่างหากที่ไม่ควรมองข้าม
เนื่องจากเป็นเสียงแบบเดียวกับของ”พรรคเพื่อไทย”
เพราะเห็นว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นที่สงขลา ปัตตานี ไม่ว่าจะเป็นที่นครราชสีมา ไม่ว่าจะเป็นที่สุโขทัย
นั่นก็คือ การหาเสียงในแบบเดียวกับ”นักการเมือง”
นั่นก็คือ เป็นการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน”หว่าน”เพื่อสร้างคะแนนและความนิยม
ล้วนเป็นเรื่องที่”คสช.”เคยประณาม หยามเหยียด
ยิ่งเดือนพฤศจิกายน 2561 เดินทางเข้ามาใกล้มากเพียงใดแต่ละ ก้าวย่างของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ ยิ่งมากด้วยความอ่อนไหว
เพราะว่าประกาศตนเป็น “นักการเมือง”
เมื่อเป็นนักการเมือง ไม่ว่าจะไปในนาม “คสช.” ไม่ว่าจะไปในนาม “รัฐบาล” ล้วนเป็นเรื่องการเมือง ล้วนมีเป้าประสงค์เพื่อบรรลุเป้าหมายใน”การเลือกตั้ง”
เพื่อจะได้เป็น”นายกรัฐมนตรี” เพื่อต่อท่อ”อำนาจ”

