เมื่อวันที่ 15 มกราคม พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า การพูดคุยไม่เคยหยุดชะงัก แต่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังมีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยก็ตาม คณะพูดคุยฯได้ใช้เวลาในปี 2560 เกือบทั้งปี โดยให้ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช, พล.ท.วิทยา อรุณเมธี และ พล.ต.สิทธิ ตระกูลวงศ์ ซึ่งเป็นผู้แทนคณะพูดคุยฯ เข้าไปสร้างความเข้าใจกับภาคประชาชนในทุกเวทีสาธารณะ และเวทีวิชาการ ส่วนตนได้เชิญนักวิชาการด้านสันติวิธีมารับทราบความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยฯ แล้วในห้วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่อาจารย์ทุกท่านมีความเข้าใจดีและให้การสนับสนุนการพูดคุย แต่ยังมีสื่อบางส่วนนำบทวิเคราะห์เก่าๆ ของท่านมานำเสนอเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับการพูดคุย ทำให้ดูเหมือนว่าท่านไม่เห็นด้วย ซึ่งในข้อเท็จจริงท่านให้การสนับสนุนมาโดยตลอด เพราะทราบดีว่าเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นแนวทางเดียวเท่านั้นที่ทุกประเทศทั่วโลกพยายามแสวงหา เพื่อยุติความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ของโลก
พล.อ.อักษรากล่าวต่อว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสพูดคุยกับหัวหน้ากองกำลัง BRN ที่เข้าร่วมการพูดคุย จึงทราบว่าในกลุ่มขบวนการก็มีทั้งผู้เห็นด้วยและเห็นต่าง นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่คิดว่าต้องแสดงศักยภาพให้สังคมรู้ว่าเป็น “ตัวจริง” เขายืนยันว่ามีศักยภาพ แต่ที่ไม่ทำเพราะไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง และกำลังพูดคุยกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกร่วมกัน และเห็นด้วยกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่นอย่างชัดเจน คือ นอกจากจะปลอดภัยจากการก่อการร้ายแล้ว ยังปลอดภัยจากปัญหาภัยแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ยาเสพติด เป็นต้น โดยมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อเริ่มดำเนินการแล้ว
“สำหรับในเรื่องพื้นที่ปลอดภัยนั้น ผมคิดว่าปัจจุบันทั้ง Party A และ Party B รวมทั้งผู้อำนวยความสะดวกได้รับทราบร่วมกันแล้วว่าเป็นพื้นที่ใด แต่ต้องนำเรียนให้นายกรัฐมนตรีรับทราบก่อน หลังจากนั้นจึงอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมพื้นที่ ซึ่งจะใช้เวลา 3-4 เดือน เพื่อดำเนินการตามข้อกังวลของกลุ่มผู้เห็นต่าง ทั้งในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ มาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล และความพร้อมของผู้ที่จะเข้ามาร่วมดำเนินการภายใต้ศูนย์ประสานงาน หรือ Safe House นั่นเอง และเมื่อทุกฝ่ายมีความพร้อม ท่านผู้อำนวยความสะดวกจะร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดศูนย์ประสานงาน (Safe House) และประกาศให้สังคมได้รับทราบว่าเป็นพื้นที่อำเภอใด เพื่อให้ประชาชนและนักวิชาการทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่นั้นต่อไป” หัวหน้าคณะพูดคุยฯกล่าว และว่า ในอนาคตศูนย์ประสานงานแห่งนี้ก็จะแปรสภาพเป็นศูนย์สันติภาพ เพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยในทุกพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

